เนชั่นทีวี

Business thai

ส่งออกไม่ฟื้น! เดือน มิ.ย. 66 ยังติดลบ 6.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10

26 ก.ค. 2566 | wanida_phe

ส่งออกไม่ฟื้น! เดือน มิ.ย. 66 ยังติดลบ 6.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10

พาณิชย์ เผยตัวเลขส่งออกเดือนมิ.ย. 66 ยังไม่ฟื้นติดลบ 6.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปีติดลบ 5.4% จากปัจจัยค่าครองชีพ และ เงินเฟ้อที่สูงขึ้นของประเทศคู่ค้า ทำเศรษฐชะลอตัว ลดการนำเข้า พร้อมคงเป้าทั้งปีที่ 1-2%

นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผย ตัวเลขการส่งออกไทย ในเดือนมิ.ย. 2566 ว่า ยังคงติดลบต่อเนื่อง โดยเดือนมิ.ย.ติดลบ 6.4 % หรือมีมูลค่า 24,826 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การนำเข้า มูลค่า 24,768 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดลบ10.3 % ส่วนดุลการค้ากลับมา บวก 57.7  ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ส่งออกไทย6เดือน (ม.ค.-.มิ.ย. 2566) ติดลบ  5.4% หรือมีมูลค่า 141,170.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้าติดลบ 3.5 % หรือ มีมูลค่า147,477.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ไทยยังขาดดุลการค้าที่ 6,307.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยปัจจัยหลักที่การส่งออกลดลง มาจากมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ติดลบ 8.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เดือน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร มูลค่าติดลบ  7.4% ทั้งสินค้าข้าว , อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป , ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง,ผลไม้กระป๋อง ส่งผลให้ครึ่งปีแรกสินค้าเกษตรส่งออกติดลบ 2.8%  ด้านสินค้าอุตสาหกรรม มูลค่าติดลบ 4.6% กลับมาหดตัวอีกครั้ง หลังจากที่ขยายตัวเมื่อเดือนก่อนหน้า

โดยสินค้าสำคัญที่ติดลบ อาทิ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ติดลบ 21.7% ต่อเนื่อง 11 เดือน (หดตัวในตลาดเวียดนาม สิงคโปร์ กัมพูชา ญี่ปุ่น และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในจีน อินเดีย ฮ่องกง ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ,เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ติดลบ 20.1 % หดตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง จีน เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น แต่ขยายตัวในตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย เยอรมนี และอินเดีย) ทั้งนี้ ครึ่งแรกส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ติดลบ 5.3%

ภาพรวมการส่งออกไปยังตลาดสำคัญส่วนใหญ่หดตัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอุปสงค์จากประเทศคู่ค้า ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการชะลอตัวของภาคการผลิตโลก โดยตลาดสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และอาเซียน (5) กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปตลาดจีนและญี่ปุ่นกลับมาขยายตัว ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

  • ตลาดหลัก ติดลบ 8.5% โดยตลาดสหรัฐฯ ติดลบ 4.8% อาเซียน (5)  ติดลบ 18% และสหภาพยุโรป (27) ติดลบ 9% 
  • ตลาดรอง  ติดลบ 2.0%  โดยในตลาดเอเชียใต้ ติดลบ 17.5%  ตะวันออกกลาง ติดลบ 8.6% และ แอฟริกา ติดลบ 8.5%  

" จากปัจจัยค่าครองชีพ และ เงินเฟ้อที่สูงขึ้นของประเทศคู่ค้า รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในหลายประเทศ ทำให้ยอดการนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้าหลักลดลง แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกจะฟื้นตัวดีขึ้น จากการเร่งเปิดตลาดศักยภาพเพื่อกระจาย ความเสี่ยงและลดผลกระทบ จากการชะลอตัวของตลาดส่งออกหลัก เช่น ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา และแอฟริกา นอกจากนี้ เงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการส่งออกสินค้าของไทยซึ่งทกระทรวงพาณิย์คาดว่าส่งออกทั้งจะยังคงเป็นตามเป้าที่1-2%"  นายกีรติ กล่าว 

 

ข่าวล่าสุด