เนชั่นทีวี

Business thai

เอกชนลุ้นเร่งตั้งรัฐบาลโดยเร็วฟื้นเศรษฐกิจในประเทศ

06 ก.ค. 2566 | kwanprasert_sri

เอกชนลุ้นเร่งตั้งรัฐบาลโดยเร็วฟื้นเศรษฐกิจในประเทศ

ภาคเอกชนมองว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ตามไทม์ไลน์คือแล้วสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ เศรษฐกิจจะสามารถฟื้น ความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ ที่ขณะนี้ยังคงรอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เกรียงไกร เธียรนุกูล ระบุ ภาคเอกชนมองว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ตามไทม์ไลน์คือแล้วสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ เศรษฐกิจจะสามารถฟื้น ความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ ที่ขณะนี้ยังคงรอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล แต่หากยังดำเนินการล่าช้าอาจส่งผลให้นักลงทุนกลุ่มนี้ เริ่มต้นลงทุนในจุดหมายปลายทางอื่น

 

นอกจากนี้ หากมีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ จะส่งผลบวกต่อการเริ่มต้นเบิกจ่ายงบประมาณ เริ่มการลงทุนในส่วนของภาครัฐ ให้เป็นเครื่องยนต์สำคัญกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ภาคส่งออกสะดุด ซึ่งการเร่งการใช้จ่ายและการจัดทำงบประมาณเป็นเรื่องเร่งด่วน การจัดตั้งรัฐบาลให้ได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นจึงสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การใช้จ่ายภาครัฐไม่สะดุด จะช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวท่ามกลางความเสี่ยงรอบด้าน

 

การตั้งรัฐบาลต้องให้ได้อย่างช้าในเดือน ส.ค.นี้ เพราะหากเว้นว่างไว้นานจะทำให้เสียโอกาส ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว การส่งออกเพิ่งพาไม่ได้ ซึ่งจากการหารือกับ 20 อุตสาหกรรมก็ออกมายอมรับว่า ขณะนี้ออเดอร์เริ่มหดตัวแล้ว ดังนั้น การจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ นอกเหนือจากการพึ่งพาการท่องเที่ยว การลงทุนจากภาคเอกชน และภาครัฐจากงบประมาณเบิกจ่ายเป็นเรื่องสำคัญ

ด้านประธานสมาคมธนาคารไทย ผยง ศรีวณิช ระบุ ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากปัจจัยภาคการท่องเที่ยวดีขึ้น คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 29-30 ล้านคน เป็นเครื่องยนต์หลักตัวเดียวที่จะพยุงเศรษฐกิจของประเทศ

อย่างไรก็ดี กกร.ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ยังคงเติบโตประมาณ 3-3.5% ตามกรอบเดิมที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนถูกกดดันจากค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนในระดับสูงที่ 90.6% ต่อจีดีพี ซึ่งทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่ภาคการผลิตมีแนวโน้มชะลอตัวตามทิศทางเศรษฐกิจโลก ส่วนมูลค่าการส่งออกประเมินว่าหดตัวมากขึ้นในกรอบติดลบ 2-0% ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อ แม้ยังมีความเสี่ยงจากภัยแล้ง(เอลนีโญ) และหากมีการปรับค่าแรงแต่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำลงจากที่ประเมินไว้เดิมตามทิศทางราคาพลังงาน โดยจะอยู่ในกรอบ 2.2-2.7%

เอกชนลุ้นเร่งตั้งรัฐบาลโดยเร็วฟื้นเศรษฐกิจในประเทศ

ทั้งนี้ การส่งออกที่มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวโดยเฉพาะฝั่งตะวันตก ภาครัฐควรเร่งสนับสนุนการส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ ในประเทศที่ยังขยายตัวได้ เช่น จีน อินเดีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เพื่อทดแทนการส่งออกในประเทศหลัก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่อ่อนแอลง นอกจากนี้ ภาครัฐควรเร่งผลักดันการเจรจา FTA เพื่อเปิดตลาดใหม่และเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกไทย

ข่าวล่าสุด