เนชั่นทีวี

Business thai

SCB EIC ชี้ นโยบายสวัสดิการก้าวหน้าของก้าวไกล ไม่ทำหนี้สาธารณะเพิ่ม

15 มิ.ย. 2566 | wanida_phe

SCB EIC ชี้ นโยบายสวัสดิการก้าวหน้าของก้าวไกล ไม่ทำหนี้สาธารณะเพิ่ม

SCB EIC ประเมิน นโยบายสวัสดิการก้าวหน้าของ พรรคก้าวไกลงบ 6.5 แสนล้าน ไม่ทำหนี้สาธารณะเพิ่ม เหตุนำเงินมาจากการปฏิรูปการคลัง รายจ่าย และภาษี ไม่ต้องกู้ใหม่ แต่ห่วงนโยบายขึ้นค่าแรง 450 บาททันที อาจดันเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอีก 0.6%

ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจ และตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB EIC เปิดเผยว่า ทาง SCB EIC คาดการณ์จัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ส.ค. ซึ่งจะทำให้การจัดทำงบประมาณปี 67 ล่าช้าออกไปราว 3-4 เดือน ส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายรัฐไม่มากนัก เนื่องจากยังสามารถใช้งบประมาณเดิมได้อยู่
 

ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านเศรษฐกิจ และตลาดการเงิน SCB EIC

อย่างไรก็ตามยังมีความเป็นไปได้ ที่การจัดตั้งรัฐบาลจะล่าช้าไปถึงเดือน ต.ค. จะทำให้การจัดทำงบประมาณปี 67 ล่าช้ามากถึง 6 เดือน จะกระทบกับการเบิกจ่ายรัฐ โดยเฉพาะงบการลงทุนที่มีการตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายราว 50% รวมถึงความต่อเนื่องของโครงการใหญ่จะกระทบมากขึ้น

ส่วนนโยบายของรัฐบาลใหม่ ในด้านการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะกระทบกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ในภาคเกษตร ค้าปลีกค้าส่ง และการก่อสร้าง ส่วนผลกระทบต่อธุรกิจนั้นขึ้นอยู่การปรับตัวของธุรกิจ ว่าจะสามารถปรับราคาสินค้าทันหรือไม่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนแรงงานคน และอาจมีมาตรการช่วยเหลือทางภาษีของภาครัฐ

โดยจากการประเมินหากมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 341 บาท มาอยู่ที่ 450 บาทในทันที จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีกราว 0.6% ซึ่ง SCB EIC คาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ไว้ที่ 2.1% อย่างไรก็ตามประเมินว่าเงินเฟ้อจะไม่สูงมากในปีนี้ หากไม่มีปัจจัยกดดันใหม่เพิ่มเข้า

ขณะที่นโยบายยกเลิกทุนผูกขาด ธุรกิจขนาดเล็กจะได้ประโยชน์ แต่ธุรกิจรายใหญ่จะได้รับผลกระทบทั้งธุรกิจเครื่องเดิมแอลกอฮอล์ โรงไฟฟ้าเอกชน เป็นต้น

สำหรับหนี้สาธารณะ จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้น เพราะอาจมีรายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นจากการดำเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ ซึ่งพรรคก้าวไกล นโยบายสวัสดิการก้าวหน้าที่ต้องใช้งบประมาณ 6.5 แสนล้านบาท โดยนำเงินมาจากการปฏิรูปการคลัง รายจ่าย และภาษี ดังนั้น SCB EIC ประเมินว่า ประเด็นดังกล่าวจะไม่ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องกู้เงิน

นอกจากนี้ SCB EIC ยังปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2566 อยู่ที่ 2.1% (เดิม 2.3%) เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจต้นไตรมาส 2 ออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ การฟื้นตัวของภาคการผลิตและภาคบริการยังมีความแตกต่างกันสูง อีกทั้งความเสี่ยงด้านต่ำมีมากขึ้นอาจกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เหลือของปี 

เช่น มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นต่อเนื่อง ความสามารถในการทำกำไรของภาคธุรกิจมีแนวโน้มถูกกดดันทั้งจากอุปสงค์ที่ลดลง เงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำลง รวมถึงปัญหาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีโอกาสรุนแรงมากขึ้น

SCB EIC ชี้ นโยบายสวัสดิการก้าวหน้าของก้าวไกล ไม่ทำหนี้สาธารณะเพิ่ม

ข่าวล่าสุด