รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีมาตรการการลดภาษีดีเซลที่ผ่านมารวม 7 ครั้ง กระทบรายได้รัฐ บาลรวม 158,000 ล้านบาท ดังนี้
1.วันที่ 18 ก.พ.-20 พ.ค.2565 (3 เดือน) ลดภาษีลิตรละ 3 บาท รัฐสูญรายได้ 18,000 ล้านบาท
2.วันที่ 21 พ.ค.-20 ก.ค.2565 (2 เดือน) ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 20,000 ล้านบาท
3.วันที่ 21 ก.ค.-20 ก.ย.2565 (2 เดือน) ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 20,000 ล้านบาท
4.วันที่ 21 ก.ย.-20 พ.ย.2565 (2 เดือน) ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 20,000 ล้านบาท
5.วันที่ 21 พ.ย.2565-20 ม.ค.2566 (2 เดือน) ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 20,000 ล้านบาท
6.วันที่ 21 ม.ค.-20 พ.ค.2566 (4 เดือน) ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 40,000 ล้านบาท
7.วันที่ 21 พ.ค.-20 ก.ค.2566 (2 เดือน) ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 20,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดีขึ้นต่อเนื่องหลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง โดยปัจจุบันมีสถานะติดลบ 63,376 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 17,127 ล้านบาท และบัญชีแอลพีจีติดลบ 46,249 ล้านบาท
ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมที่เคยติดลบสูงถึง 120,000 ล้านบาท ขณะที่มีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการจำหน่ายปลีกน้ำมันดีเซลในปัจจุบันลิตรละ 4.20 บาท