ด้านยอดผลิต จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือน เม.ย.66 มีทั้งสิ้น 117,636 คัน ลดลง 0.13% จากเดือน เม.ย.65 ซึ่งมาจากการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ลดลง 11.31% ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 10.04% แต่ลดลง 34.59% จากเดือน มี.ค.66 เนื่องจากวันทำงานน้อยกว่า และมีการเร่งการผลิตไปในเดือน มี.ค.66
ขณะที่ยอดขายในประเทศ ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 59,530 คัน ลดลง 6.14% จากเดือน เม.ย.66 และลดลง 25.53% จากเดือน มี.ค.66 จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน เนื่องจากหนี้ครัวเรือนอยู่ในอัตราสูงและอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหลังจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
โดยยอดขายรถกระบะขนส่งในประเทศลดลง เนื่องจากสัดส่วนหนี้ NPL ที่เกิดจากสินเชื่อรถยนต์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 1.88% เป็น 1.89% ส่งผลให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้นำเข้ารถเข้ามาแข่งขันทำตลาด
ด้านยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในเดือน เม.ย.66 มีจำนวน 3,820 คัน เพิ่มขึ้น 882% จากเดือน เม.ย.65 และมีสัดส่วนถึง 7.73% ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด ส่วนช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มียอดจดทะเบียนรวม 18,356 คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1,029.6% โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊กมีจำนวน 782 คัน ลดลง 6.57% จากเดือน เม.ย.65
และมีสัดส่วน 1.58% ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด และ รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมมีจำนวน 6,160 คัน เพิ่มขึ้น 31.57% จากเดือน เม.ย.65 และมีสัดส่วน 12.47% ของยอดจดทะเบียนรวม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยมีสัดส่วนสูงเทียบเคียงกับประเทศอื่นๆ