ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสของเกษตรกรในการขยายการผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน ในด้านของการขยายพื้นที่เพาะปลูก และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการลดต้นทุนหลักจากค่าปุ๋ยและค่าหัวพันธุ์ โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดโครงการเพื่อสนับสนุน ดังนี้
โครงการ 1 ลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี วิจัย เปรียบเทียบการปลูกมันฝรั่งระบบน้ำหยด ควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ลดการใส่ปุ๋ยเคมี กับการเพาะปลูกปกติ โดยมอบหมายกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน คัดเลือกพื้นที่ในจังหวัดตาก และทำการทดลองปลูกในช่วงฤดูฝน ของปี 2566
โครงการที่ 2 ลดต้นทุนค่าหัวพันธุ์ ผลักดันการใช้หัวพันธุ์ในประเทศเพิ่มขึ้น ลดการนำเข้าหัวพันธุ์จากต่างประเทศที่มีราคาสูง และเสี่ยงต่อโรคระบาดของพืชติดมาด้วย และกระจายหัวพันธุ์มันฝรั่งให้เกษตรกร โดยมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร เพิ่มการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งในประเทศ โดยนำร่องในจังหวัดตาก
โครงการที่ 3 การขยายพื้นที่ปลูกมันฝรั่งภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่เพาะปลูก 30,000 ไร่ เฉลี่ยปีละ 10,000 ไร่ ใน 9 จังหวัด ในภาคเหนือ 7 จังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก สกลนคร และนครพนม โดยให้มีการเพาะปลูก ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566 - มีนาคม 2567
โครงการที่ 4 ยกร่างการเกษตรพันธสัญญาด้านมันฝรั่ง เพื่อส่งเสริมการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกกับบริษัทผู้ผลิตและภาคเอกชน ให้ครอบคลุมและได้ราคาเป็นธรรม โดยมอบหมายสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ดำเนินการยกร่างและประสานหารือแนวทางการจัดทำเกษตรพันธสัญญากับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และภาคเอกชน ผู้ประกอบการ