อีกทั้งหากลองเปรียบเทียบราคาไฟฟ้าของไทยในช่วงวิกฤตพลังงานกับประเทศที่เปิดตลาดเสรีไฟฟ้า จะพบว่า ประเทศที่เปิดตลาดเสรีไฟฟ้า มีความผัวผวนของค่าไฟสูง และ ทำให้อัตราค่าไฟแพงขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ อาทิ อิตาลี ซึ่งพบว่าอัตราค่าไฟเพิ่มขึ้นถึง 188% รองลงมาคือ สวีเดน ค่าไฟเพิ่มขึ้น 157% ,สเปน เพิ่มขึ้น 87% และ เนเธอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 75% ขณะที่ไทยเพิ่มขึ้น 19% เท่านั้น
อย่างไรก็ดี หากรัฐมีนโยบายกำหนดราคาค่าไฟฟ้า ที่ไม่สะท้อนกับต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะทำให้รัฐต้องแบกรับภาระเกินควร ขณะเดียวกันผู้ใช้ไฟฟ้าก็จะเคยชินกับการใช้พลังงานราคาถูก และ ไม่มีความตระหนักถึงความสำคัญ ของการใช้พลังงานอย่างประหยัด ส่งผลให้รัฐขาดดุล ทางการคลังและเกิดผลเสียต่อประเทศในระยะยาวได้
สถิติเผยไทยไฟดับน้อยสุด เป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน
จากการสำรวจคุณภาพไฟฟ้าของประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน มาเลเซีย เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ของ UNESCAP (UN’s Economic and Social Commission for Asia and the Pacific) พบว่า ค่าดัชนีชี้จำนวนไฟฟ้าดับของประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น (จากน้อยไปมาก) ไทยอยู่ที่ อันดับ 5 รองจาก สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน และมาเลเซีย ขณะที่ดัชนีชี้ระยะเวลาไฟฟ้าดับ ไทยเป็นอันดับ 2 รองจาก สิงคโปร์เท่านั้น
แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของกำลังผลิตสำรอง ที่จะต้องสัมพันธ์ กับสัดส่วนแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า และ สะท้อนถึงการวางแผนด้านพลังงาน ให้เกิดเสถียรภาพสูงสุดของไทย เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต