อย่างไรก็ดี ความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงมีหลากหลายปัจจัย โดยจะเห็นได้ว่ามีเหตุการณ์สำคัญๆ
ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงต้นเดือนหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อหลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 5.00 - 5.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550
ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบลดลง แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากบรรดานักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยและกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งในวันศุกร์ หลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ และหุ้นกลุ่มธนาคารภูมิภาคของสหรัฐฯฟื้นตัวขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นอีก
นอกจากนี้ต้องเฝ้าระวังปัจจัยรุมเร้ารอบด้าน อาทิ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกพลัส การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนหลังเปิดประเทศ ความผันผวนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปสำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิติดลบ 79,327 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 32,581 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 46,746 ล้านบาท