นายศิษฎิวัชร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้น อาทิ นักท่องเที่ยวจีนต้องยื่นเอกสารจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พักพร้อมหลักฐานการจ่ายเงิน เอกสารรับรองทางการเงิน ต้องมีเงินในบัญชีธนาคาร 10,000 หยวนขึ้นไป และรูปถ่ายเจ้าของพาสปอร์ตขณะถ่ายคู่กับหน้าพาสปอร์ต
ด้านบริษัททัวร์ผู้เป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่า นอกเหนือจากข้อจำกัด ไม่สามารถเป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่าแบบกรุ๊ปได้อีกต่อไป ยังมีการจำกัดจำนวนที่แต่ละบริษัททัวร์สามารถยื่นขอวีซ่าด้วย เช่น บริษัททัวร์กลุ่ม A สามารถยื่นได้เฉพาะวันจันทร์ พุธ และศุกร์เท่านั้น จำนวน 20 เล่มหรือ 30 เล่มต่อวัน ส่วนบริษัททัวร์กลุ่ม B สามารถยื่นได้เฉพาะวันอังคาร พฤหัส และเสาร์เท่านั้น จำนวน 20 เล่มหรือ 30 เล่มต่อวันเช่นกัน ต่างจากในยุคก่อนโควิดระบาด ไม่มีการกำหนดลิมิต สามารถยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่ากี่เล่มก็ได้
ขณะเดียวกัน ทางบริษัททัวร์ในจีนต้องแสดงเยลโลว์การ์ด (Yellow Card) ซึ่งออกโดยทางการจีน ประกอบการเป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่าด้วย ต่างจากก่อนโควิดที่บริษัททัวร์สามารถยื่นขอวีซ่าได้ โดยไม่ต้องแสดงเยลโลว์การ์ด แต่พอสถานทูตและกงสุลไทยปรับเงื่อนไขให้ต้องแสดงเยลโลว์การ์ดด้วย เยลโลว์การ์ดของบริษัททัวร์บางแห่งหมดอายุไปแล้วในช่วงโควิดระบาด จึงอยากให้สถานทูตและกงสุลไทยช่วยอะลุ้มอล่วย ผ่อนผันให้สะดวกเหมือนเดิม
“เมื่อสถานทูตและกงสุลไทยในประเทศจีนปรับเงื่อนไข ไม่ให้ขอวีซ่าแบบกรุ๊ป มองว่านอกเหนือจากเป็นการสกัดตลาดกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่แล้ว อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนตัดสินใจมาขอวีซ่าตรงหน้าด่าน (Visa on Arrival: VoA) กันมากขึ้น และเกิดความแออัดที่สนามบินได้”
แจงเข้มงวดขอวีซ่าเดี่ยวสกัดสารพัดปัญหาทัวร์จีน
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การปรับเงื่อนไขดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ยื่นขอวีซ่าเดี่ยวนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่กฎใหม่ แต่เป็นกฎเดิมที่ผู้ยื่นขอวีซ่าจะต้องยื่นเอกสารแบบเดี่ยว โดยที่ผ่านมากรมการกงสุลได้ผ่อนผันเรื่อยมา แต่วันที่ 8 พ.ค.นี้เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจีนทุกคนจะต้องยื่นขอวีซ่าแบบเดี่ยว (รายบุคคล) จากเดิมกรุ๊ปทัวร์ 1 กลุ่ม เคยยื่นเอกสารมาชุดใหญ่ทีเดียวได้ เพราะบางทีหลักฐานที่พัก ก็สามารถระบุได้ว่าทุกคนพักที่เดียวกัน แต่ตามเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นนับจากนี้ หากยื่นขอวีซ่าสำหรับ 30 คน ก็ต้องมีเอกสารแยกเป็นรายบุคคล 30 ชุด
“วันที่ 10 พ.ค.นี้ กรมการท่องเที่ยวจะหารือกับกรมการกงสุล เพื่อขอผ่อนผันเงื่อนไขการขอวีซ่าต่ออีกระยะในช่วงการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนได้หรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วทางสถานทูตและกงสุลไทยในจีนเองก็อยากผ่อนผันต่อ แต่ที่ผ่านมาภาคเอกชนท่องเที่ยวเรียกร้องเรื่องปัญหาทัวร์ในตลาดจีนเที่ยวไทย เช่น นอมินี ทัวร์ศูนย์เหรียญ และอื่นๆ ทำให้ต้องเข้มงวดขึ้น ป้องกันการรั่วไหลหรือยัดไส้ พอเข้มงวด ก็จะกระทบต่อแบบนี้ ทำให้ต้องใช้หลายๆ มาตรการรวมกัน ใครที่จะยัดไส้ก็ไม่ได้แล้ว เพราะต้องแสดงเอกสารขอวีซ่าเป็นรายบุคคล ต่างจากเมื่อก่อนที่ยัดมาเลยแล้วแสดงเอกสารว่าพักที่เดียวกัน”
ทั้งนี้ ทางกรมการกงสุลแจ้งว่า แม้จะมีการยื่นขอวีซ่าเข้าไทยจำนวนมาก ก็เร่งพิจารณาวีซ่าให้เร็วขึ้น เพียงแต่เอกชนจะต้องจัดเตรียมเอกสารมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนบางส่วนเปลี่ยนไปขอวีซ่า VoA แทน เกิดความหนาแน่นที่สนามบิน แต่อย่าลืมว่าค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า VoA อยู่ที่ 2,000 บาท/คน/ครั้ง สูงกว่าค่าธรรมเนียมขอวีซ่าจากสถานทูตหรือกงสุลซึ่งอยู่ที่ 1,000 บาท/คน/ครั้ง ก็น่าจะยังดึงให้คนจีนให้มาขอวีซ่าที่สถานทูตหรือกงสุลเช่นเดิม