โดยจะจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ในวันที่ 26 เมษายน 2566 ทั้งนี้ การที่ราคาข้าวอยู่ในเกณฑ์ดี ในระดับที่สูงกว่าราคาประกัน จนไม่มีส่วนต่างชดเชย ส่งผลให้รัฐบาลจ่ายชดเชยส่วนต่างน้อยลง ช่วยให้ประหยัดงบประมาณที่ใช้ในการ
ดำเนินโครงการได้อีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับสถานการณ์การซื้อขายข้าวในตลาดช่วงนี้ ผู้แทนสมาคมค้าข้าวไทยให้ข้อมูลว่า มีความต้องการข้าวเจ้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้าวชนิดอื่นๆ มีการซื้อขายกันไม่มากนัก ทำให้ราคาค่อนข้างทรงตัว สำหรับสถานการณ์การส่งออก ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศให้ข้อมูลว่า ปริมาณการส่งออกจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2566 สามารถส่งออกข้าวได้แล้วกว่า 2.52 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปีก่อน สามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นกว่า 20%
ทั้งนี้ ผู้แทนสมาคม ผู้ส่งออกข้าวไทย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้อาจจะส่งออกข้าวได้ลดลงจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม และอินเดีย เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว และ ปริมาณผลผลิต ไม่ได้ลดลงจากที่คาดการณ์ ว่าจะเผชิญภัยแล้งก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีคำสั่งซื้อในส่วนของข้าวเจ้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โดยภาพรวมแล้ว สถานการณ์การส่งออกของไทยเป็นไปได้ด้วยดีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยต่อไปว่า ในงวดที่ 1 - 26 ที่ผ่านมามีเกษตรกร ได้รับเงินส่วนต่างประกันรายได้แล้วกว่า 2.635 ล้านครัวเรือน วงเงิน 7,865.66 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์แต่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ ติดต่อ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน เพื่อให้ ธ.ก.ส. ตรวจสอบต่อไป
สำหรับ การค้าข้าว ขอความร่วมมือเกษตรกร โรงสี ผู้ค้า และหน่วยงานในพื้นที่กำกับดูแลและเพิ่มการตรวจสอบ ระมัดระวังไม่ให้เกิดการปลอมปนข้าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพข้าว และ การส่งออกข้าวได้ นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ได้เพิ่มการติดตามดูแลการซื้อขายข้าวเปลือก ทั้งในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ
รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้น ซึ่งหากพบเห็นว่าท่าข้าวหรือโรงสีใด ไม่ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ กดราคารับซื้อ โกงน้ำหนัก หรือมีพฤติกรรมใดๆ ที่เป็นการเอาเปรียบชาวนา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569