อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ธนวรรธน์ พลวิชัย ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 3-3.5% โดยเครื่องชี้วัดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นหรือไม่ มาจากเม็ดเงินที่สะพัดจากการเลือกตั้ง ตลอดจนการท่องเที่ยวในไตรมาส 2 เป็นต้นไป ว่าจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยแค่ไหน และหลังจากการเลือกตั้งการเมืองจะมีเสถียรภาพหรือไม่ ซึ่งหลังจากเลือกตั้งจะต้องเจอสูญญากาศทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่งที่ต้องรอรัฐบาลใหม่นำเสนอนโยบาย และงบประมาณต่างๆ ต่อสภาฯ ที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.
สำหรับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคม 2566 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 จากระดับ 52.6 มาอยู่ทึ่ระดับ 53.8 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 37 เดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนทั้งการท่องเที่ยวของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันปรับตัวลดลงทำให้ประชาชนรู้สึกผ่อนคลายเรื่องค่าครองชีพลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวดีขึ้นทุกรายการอย่างมีนัยสำคัญ