เงิน CBDC ต่างจาก เงิน Cryptocurrency อย่างไร
ธปท. ได้ชี้แจงว่า retail CBDC ซึ่งเป็นเงินบาทในรูปดิจิทัล จะมีมูลค่าคงที่คือ 1 CBDC = 1 บาท และไม่สามารถนำมาซื้อขายเพื่อเก็งกำไรได้ โดย retail CBDC มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อไว้รองรับการใช้จ่ายของประชาชน ที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไปทำธุรกรรมทางการเงิน ในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อการลงทุน
ขณะที่ Cryptocurrency เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน โดยจะใช้เทคนิคการเข้ารหัส (Cryptography) ในการป้องกันและยืนยันธุรกรรมผ่านระบบที่เรียกว่า blockchain แต่เนื่องจาก Cryptography สามารถซื้อขายได้ จึงมีความผันผวนสูง ตามความต้องการของตลาด และ จะถูกเก็บภาษีจากการซื้อขาย
ยังไม่มีแผนเปิดใช้ CBDC อย่างเป็นทางการ
ล่าสุดในปี 2565 โครงการนี้ ได้มีการขยายขอบเขตการศึกษาและพัฒนา Retail CBDC ไปสู่การใช้งานจริงในวงจำกัด (Pilot) พื้นที่เฉพาะ และในกลุ่มผู้ใช้งานประมาณ 10,000 ราย ที่กำหนดโดย ธปท. และภาคเอกชนที่ร่วมทดสอบ 3 ราย3 ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด
ซึ่งการทดสอบนี้จะนำเทคโนโลยีของบริษัท Giesecke+Devrient4 มาประยุกต์ใช้ โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ไปจนถึงกลางปี 2566 เพื่อประเมินประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของระบบ รวมถึงรูปแบบของการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริงกับประชาชนรายย่อย
ซึ่งปัจจุบัน ธปท. ยังไม่มีแผนที่จะออก Retail CBDC เนื่องจากการออก CBDC ต้องพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงอย่างรอบด้านก่อน เพราะอาจส่งผลต่อระบบการเงินของประเทศได้
นักวิชาการชี้ ช่องโหว่มาก หวั่นกระทบระบบการเงินระยะยาว
รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า กล่าวว่า การทำเงินดิจิทัลมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ซึ่งเหมือนกับการเสกเงินขึ้นมา หากไม่มีระบบรองรับที่ชัดเจน ก็จะกระทบต่อระบะการเงินของไทยในระยะยาว
โดยนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ประเมินว่าจะใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้าน แต่โดยส่วนตัวมองว่าในช่วงแรกอาจจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้จริงๆ และ ก็จะดันให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามความต้องการ แต่หลังจากสิ้นสุดโครงการแล้วราคาสินค้าที่ถูกปรับขึ้นไปจะลดลงยาก ก็จะกลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อตามมาได้อีก
"นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ยังมีช่องโหว่อีกมาก นอกจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะก่อให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และยังมีผลกระทบต่อสังคมที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงนโยบายอย่างแท้จริง" รศ.พิชาย กล่าวว่า
อย่างไรก็ตาม การใช้เงินสกุลดิจิทัล CBDC ยังเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย ที่ยังดูเป็นเรื่องห่างไกลและเข้าใจยาก ยิ่งการทำมาใช้ ในนโยบายประชานิยมที่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้เข้าใจในเรื่องนี้มากนัก ก็ยิ่งเป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบมากไปกว่าเดิม