อย่างไรก็ตามทาง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมหารือกับกรมการท่องเที่ยว และเตรียมตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์จะฟื้นคณะทำงาน แก้ปัญหาธุรกิจ นอมินีที่มีอยู่แล้ว เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย
ด้านนายไพศาล ซื่อธานุวงศ์ กรรมการสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังหารือด่วนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ ได้เดินหน้ายื่นเรื่อง ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้แก้ปัญหาเร่งด่วน ทั้งยื่นหนังสือต่อสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ซึ่งอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของกรุงเทพฯ และ เรียกร้องไปยังกรมการจัดหางานให้เร่งกวดขัน
ล่าสุดอยู่ระหว่าง ขอความเห็น จากสมาชิกมัคคุเทศก์ ต่อ “ร่างประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดให้มีมัคคุเทศก์ ต่อจำนวนนักท่องเที่ยว พ.ศ. ....” กรณี “กรุ๊ปทัวร์ที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่า 12 คน ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่จำเป็น ต้องจัดให้มีมัคคุเทศก์ก็ได้”
ซึ่งมองว่า หาก พรบ.นี้ผ่าน จะทำให้มัคคุเทศก์ต่างชาติ ในคราบหัวหน้าทัวร์ สามารถพาทัวร์กรุ๊ปเล็กได้โดยสะดวก ชนิดที่ไม่ต้องใช้ซิตติ้งไกด์ (ซิตติ้งไกด์คือกลุ่มคน ที่ได้บัตรไกด์ แต่กลับพูดภาษาไม่ได้สักภาษา นั่งบนรถบัส รถตู้ เพื่อช่วยคุ้มกัน ปกป้องไกด์เถื่อนต่างชาติจากตำรวจท่องเที่ยว) ด้วยซ้ำ
อีกทั้งการตรวจสอบใดๆ ของทัวร์รถตู้ จะทำได้ยากมาก เพราะเมื่อกฎหมายผ่าน คนเหล่านี้จะไม่มีกระทั่งใบสั่งงานมัคคุเทศก์(job order) โดยอ้างว่านักท่องเที่ยวไม่ต้องการมัคคุเทศก์ ซึ่งทัวร์กรุ๊ปเล็กนี้เดิมเป็นโอกาสฝึกฝนไกด์ไทยรุ่นใหม่ๆ กลับจะกลายเป็นแหล่งฝึกฝน ของไกด์ต่างชาติรุ่นใหม่ๆไปโดยปริยาย