อย่างไรก็ตามการที่เฟด มีมติขึ้นดอกเบี้ย +0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้แต่มุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ที่ยังคงสนับสนุนการเดินหน้า ขึ้นดอกเบี้ยต่อ จนแตะระดับ 5.25% และมองว่าเฟดไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยในปีนี้ สวนทางกับตลาดที่คาดการณ์ว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย ได้กดดันบรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯ
กลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง อีกครั้ง กอปรกับ ผู้เล่นในตลาดยังคงสับสนต่อท่าทีของทางการสหรัฐฯ ในการคุ้มครองเงินฝาก 100% ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารกลับมาเผชิญแรงขายต่อ (BofA -3.3%, JPM -2.6%) ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ดิ่งลงกว่า -1.65%
ขณะที่ฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.15% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้เล่นในตลาดคลายความวิตกกังวล ต่อปัญหาเสถียรภาพของระบบธนาคารยุโรป ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมพอสมควร (Hermes +1.1%, Kering +0.7%) ท่ามกลางความหวังแนวโน้ม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน