นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากการมีการเผยแพร่ข่าว เกี่ยวกับค่าการตลาดและค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงนั้น สนพ. ขอเรียนชี้แจงว่า เนื่องจากการคำนวณค่าการตลาด และ ค่าการกลั่นนั้น มีหลักเกณฑ์การคำนวณราคาเพื่อใช้อ้างอิง แต่ไม่สามารถบังคับ หรือ ตั้งราคาให้กับผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เนื่องจากไทยใช้ระบบการค้าน้ำมันอย่างเสรี แต่ สนพ. ก็ได้ติดตามสถานการณ์ด้านราคาอย่างใกล้ชิด และใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการขอความร่วมมือ
จากผู้ค้าน้ำมัน ในการปรับค่าการตลาด ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน อีกทั้งยังใช้มาตรการลดการเก็บภาษีต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด รวมทั้งได้บริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเพื่อสร้างความมั่นคง จะเห็นได้จากที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยมีการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งต่างกับประเทศเพื่อนบ้านต้องเผชิญกับการขาดแคลนน้ำมัน จนประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ส่วนด้านไฟฟ้าที่มีการกล่าวถึงปริมาณสำรองไฟฟ้าที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความเข้าใจในวิธีการคำนวณที่คาดเคลื่อน เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล พลังงานลม ที่มีความผันผวน ไม่แน่นอน ตามช่วงเวลาและฤดูกาล ไม่สามารถนำมาคำนวณได้ 100% ของกำลังการผลิตไฟฟ้า
นอกจากนี้ สถานการณ์โควิดที่ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงค่อนข้างมาก ซึ่งคาดว่าปริมาณความต้องการใช้ และ ปริมาณการผลิตจะกลับมาสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้ ส่งผลให้ในช่วงหลังปี พ.ศ.2568 เป็นต้นไป ปริมาณสำรองไฟฟ้าจะอยู่ในระดับที่เหมาะสม