svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business thai

ไทยประกาศเริ่มต้น FTA ไทย-อียู เป็นทางการ ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 2 ปี

15 มี.ค. 2566

“จุรินทร์” ประกาศเริ่มต้นการจัดทำเขตการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่าง ไทย-อียู อย่างเป็นทางการ สร้างแต้มต่อ สินค้า-บริการ-ลงทุน ไทยกับ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ตั้งเป้าเปิด FTA ได้ภายใน 2 ปี

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  หารือกับนายวัลดิส ดอมบรอฟสกิส รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจและกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า (Mr.Valdis Dombrovskis) ผ่านระบบ VC เพื่อเริ่มเปิดการเจรจานับหนึ่ง FTA ไทยกับสหภาพยุโรป หลังจากที่นายจุรินทร์ได้เดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม โดยมี ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมด้วย

ไทยประกาศเริ่มต้น FTA ไทย-อียู เป็นทางการ ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 2 ปี

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประกาศนับหนึ่งอย่างเป็นทางการเริ่มต้นเจรจาทำ FTA ระหว่างไทย-อียู ของทั้งสองฝ่าย ครั้งหลังสุดตนนำคณะเดินทางไปพบกับท่านวัลดิส ดอมบรอฟสกิส  รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจและกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าที่กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียมเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา มีความเห็นร่วมกันนำไปดำเนินการภายในทั้ง 2 ฝ่าย ตนได้นำเรื่องเห็นชอบผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

วันนี้ตนได้พบกับท่านดอมบรอฟสกิสอีกครั้ง ประกาศร่วมกันอย่างเป็นทางการ ที่จะจัดทำ FTA ไทย-อียู ตั้งเป้าเสร็จภายใน 2 หรือ ปี 2568  ทั้งเรื่องการค้าสินค้า บริการและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะไทยจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากการจัดทำ FTA ครั้งนี้  ได้แก่

1.เมื่อมีผลบังคับใช้ ภาษีการส่งออกสินค้าไทยไปสหภาพยุโรป 27 ประเทศจะเป็นศูนย์ สามารถแข่งขันด้านราคาและมีแต้มต่อกับประเทศที่ไม่ได้ทำ FTA กับอียู เช่น ยานยนต์และส่วนประกอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เสื้อผ้าสิ่งทอ อาหาร ยางพารา เคมีภัณฑ์และพลาสติก เป็นต้น

2.ภาคบริการ จะสร้างโอกาสในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญในภาคบริการหลายด้าน เช่น ค้าส่ง-ปลีก การผลิตอาหารและการท่องเที่ยว เป็นต้น

3.การนำเข้าวัตถุดิบภาษีก็จะเป็นศูนย์เช่นเดียวกัน ภาคการผลิตของเราจะลดต้นทุนการผลิตได้ โดยเฉพาะการนำเข้าเครื่องจักรอุปกรณ์และเคมีภัณฑ์

4.การแลกเปลี่ยนการลงทุนระหว่างกันของทั้ง 2 ฝ่าย ไทยจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม

5.จะมีส่วนสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกมาลงทุนในไทย เพิ่มตัวเลขการลงทุน เพิ่มจีดีพีให้ประเทศ

6.ทำให้ไทยเพิ่มจำนวน FTA มากขึ้นจากปัจจุบันมี 14 ฉบับกับ 18 ประเทศจะเพิ่มเป็น 15 ฉบับกับ 45 ประเทศในทันทีที่มีผลบังคับใช้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 3 ในอาเซียนที่สหภาพยุโรป 27 ประเทศตกลงทำ FTA ด้วย (มีเวียดนามและสิงคโปร์ ที่มี FTA กับอียูแล้ว)

 “สหภาพยุโรป 27 ประเทศ มีประชากรรวมกันประมาณ 500 ล้านคน เป็นคู่ค้าสำคัญลำดับที่ 4 ของไทย มีสัดส่วนมูลค่าการค้ากับไทย 7% ที่ไทยค้ากับโลก ตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปปี 2566 ประเทศไทยได้ดุลถึง 150,000 ล้านบาท การทำ FTA กับอียู ที่ได้นับหนึ่งอย่างเป็นทางการในวันนี้ ถือเป็นวันประวัติศาสตร์เป็นประโยชน์อย่างยิ่งไทยและกับอียูเช่นเดียวกันในหลากหลายมิติ ถัดจากนี้จะเริ่มต้นการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสในเดือนกรกฎาคมปีนี้ โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพครั้งแรก”  

และเมื่อได้ข้อตกลงครบทุกหัวข้อไทยจะนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาต่อไป เพื่อให้สัตยาบัน ฝั่งอียูก็ดำเนินการทางฝั่งอียูเช่นเดียวกัน และจะลงนามบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป