อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ห่วงในปี 66 สัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวค่อนข้างรวดเร็ว และเริ่มกระทบต่อการส่งออกอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 65 และปีนี้ก็มองว่าการส่งออกไทยมีโอกาสติดลบสูงหรืออย่างเก่งอาจทำได้ 0% นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี จะเผชิญการเบิกจ่ายภาครัฐ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งทำให้การจัดทำงบประมาณปี 67 ล่าช้าออกไป ทำให้ต้องใช้งบประมาณปีเก่าหรือปี 66 ไปพลางก่อน และอาจไม่มีเงินลงทุนโครงการใหม่เกิดขึ้นมาได้ โดยประเมินว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 น่าจะล่าช้าประมาณเดือนครึ่งหรือหากมีช้ากว่านั้นก็อาจไปเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือน ม.ค. 67 ในแง่เศรษฐกิจในประเทศในหลายด้านถือว่าดีขึ้น ทั้งเรื่องของการบริโภคในประเทศ เรื่องของการลงทุนในประเทศ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า แม้ไทยจะมีการกู้เงินช่วยเยียวยาโควิด 1.5 ล้านล้าน แต่ยืนยันว่าฐานะการคลังของไทยยังมีความมั่นคง มีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ สัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 61.26% เพิ่มขึ้นเพราะเศรษฐกิจขยายตัว และจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งปีงบประมาณ 2566 อยู่ที่ 6.59 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า ส่งสัญญาณว่าไทยกำลังจะเข้าสู่ความยั่งยืนฐานะการคลัง
ขณะที่ปีงบประมาณ 2567 รัฐบาลได้มีการเพิ่มงบประมาณรายจ่ายอีก 1.65 แสนล้านบาท มากกว่าในอดีต 2 เท่า ทำให้รัฐบาลมีงบในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยหลัก ๆ ราว 20% ของงบประมาณดังกล่าว เป็นเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน