เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตของบักบุ้งแล้ว จะปลูกพืชอย่างอื่น หรือทำนาต่อไปก็จะงามไม่ต้องใส่ปุ๋ยมาก หากเป็นข้าวได้ไร่ละ 1 เกวียน / ตัน ถ้าเป็นข้าวโพดก็จะได้กว่า 1 เกวียน / ตัน ถือว่าเป็นการพักดินในการทำนา เพราะในช่วงของเดือนตุลาคม หากทำนาจะไม่ได้ผลผลิตเพราะอากาศหนาว แต่ถ้าเป็นผักบุ้งจะชอบอากาศหนาวยิ่งหนาวเท่าไรยิ่งดีจะได้ผลผลิตอย่างงดงาม สำหรับรายได้เมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆแล้วช่วงแค่ 4 เดือนของการเพาะปลูกผักบุ้ง เกษตรกจะได้ประมาณกิโลกรัมละ 55 – 56 บาท ถือว่าดีกว่าพืชชนิดอื่นๆ และขายเป็นกิโลกรัม และราคาซื้อขายเราทำสัญญากันก่อนเพาะปลูก ขณะที่ต้นทุนถ้าเราไม่ลงมือเองจากทั้งหมดก็อยู่ที่ไร่ละ 7,000 บาท และยิ่งทำโดยการเอาแรงกันก็ประหยัดต้นทุนไปอีกมาก ผลกำไรก็มากขึ้นไปอีก ผลผลิตถ้าทำดีจะอยู่ที่ไร่ละ 350 กิโลกรัม อย่างไม่ได้ก็ต้องถึง 200 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย และหากคิดเป็นกิโลกรัมต่อไร่จะได้ถึงไร่ละ 19,600 บาท หากคิดเป็นตันจะได้ถึงตัน 56,000 ซึ่งเป็นกำไรได้อย่างงดงาม หากเกษตรกรรายใดคิดที่จะทำนาผักบุ้งดังกล่าว สามารติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 084-7032022 ได้อีกด้วย