ดังนั้นเพื่อส่งเสริมการออมและจูงใจให้แรงงานนอกระบบให้ออมเงินมากขึ้น คณะรัฐมนตรีได้ปรับเพิ่มเพดานเงินสะสมของสมาชิกจาก 13,200 บาทต่อปี เป็น 30,000 บาทต่อปี เพื่อให้สมาชิกส่งเงินออมได้มากขึ้น และปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบของรัฐบาลจากเดิม 600 - 1,200 บาทต่อปีตามช่วงอายุของสมาชิก เป็น 1,800 บาทต่อปีทุกช่วงอายุของสมาชิก
ซึ่งจำนวนเงินสะสมและเงินสมทบที่สูงขึ้น จะทำให้สมาชิกมีเงินบำนาญเพิ่มขึ้นยกตัวอย่าง สมาชิก กอช. ที่เริ่มออมตั้งแต่อายุ 15 ปี และออมต่อเนื่องจนถึงอายุ 60 ปี จะมีโอกาสได้รับเงินบำนาญประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 5,300 ต่อเดือน
สำหรับ การดำเนินงานในปีนี้ กอช. มีแผนลงพื้นที่ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกอช.เพิ่มเติมอีก 28 จังหวัด และ ตั้งเป้าหมายเพิ่มตัวแทน กอช. ประจำหมู่บ้านอีก 10,000 ราย พร้อมทั้งมอบรางวัลแก่จังหวัดที่ส่งเสริมวินัยการออมดีเด่น เพื่อสร้างแรงจูงใจอีกด้วย
โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา มีจำนวนสมาชิก กอช. เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคน จาก 4 แสนคนในปี 2558 และเงินกองทุนเพิ่มขึ้น จาก 1,155 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 เป็น 11,669 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565