ในส่วนของด้านการให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMES หรือ บสย. F.A Canter มียอดรวมทั้งสิ้น 11,213 ราย โดย 64% มีความต้องการปรึกษาขอสินเชื่อ คิดเป็นวงเงินความต้องการสินเชื่อจำนวน 12,827 ล้านบาท ขณะที่โครงการ "หมอหนี้เพื่อประชาชน" โดย บสย. และ ธนาคารแห่งประเทศไทย มีผู้ลงทะเบียนรับคำปรึกษา จำนวน 5,999 ราย โดย 80% มีความต้องการขอปรับโครงสร้างหนี้ ขณะที่ โครงการ "มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ : มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน" โดยกระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ จากการจัดงานรวม 5 ครั้ง มีผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้ บสย. ร่วมกิจกรรม รวม 1,893 ราย ได้ช่วยลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ คิดเป็นภาระหนี้ 1,456 ล้านบาท เน้นบทบาทการช่วยแก้หนี้ เพื่อให้ลูกหนี้อยู่รอด อยู่ได้ อย่างยั่งยืน และกลับเป็นลูกหนี้ปกติ
สำหรับทิศทางการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ ปี 2566 บสย. พร้อมเดินเครื่องเต็มพิกัด ซูบทบาทการทำงาน แบบบูรณาการทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพ ทั้ง กองหน้า กองกลาง และ กองหลัง โดย บสย. ตั้งเป้ายอดค้ำประกันสินเชื่อ 120,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อภายใต้การดำเนินการของ บสย. วงเงิน 70,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงิน B17 และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ RBP คิดค่าธรรมเนียมตามความเสี่ยงของลูกค้า 2.) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ วงงิน 50,000 ล้านบาท ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ พ.ร.ก. สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2 และยังบอกอีกว่ากลุ่มท่องเที่ยว เกษตร Supply Chain ฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อน