นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังมากกับข้อเสนอที่จะมีการพิจารณาครั้งนี้ แต่ถึงจะปรับค่าไฟลง ส.อ.ท.มองว่าไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นทาง
ทั้งนี้ เท่าที่ดูจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการมายังนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ปรับลดค่าไฟฟ้าลงนั้น กระทรวงพลังงานยังคงใช้เครื่องมือเดิม คือ การยกภาระให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นตัวหลักในการจัดทำตัวเลขใหม่
“เอกชนพยายามดูประเด็นว่าสิ่งที่ต้องทำจะต้องอย่างไรมากกว่า เพราะการแก้ปัญหายังเป็นวิธีเดิม ดังนั้น เราจึงยืนยันให้แก้ที่ต้นเหตุตาม 5 ข้อที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอ เช่น ค่าความพร้อมจ่าย หรือ AP ของโรงไฟฟ้าเอกชนควรปรับลงบ้าง ซึ่งไม่พูดถึงประเด็นนี้เลยทั้งที่ภาครัฐมีเครื่องมือ ทั้งนโยบาย กฎหมายและการกำกับดูแล แต่เลือกสั่งเฉพาะ กฟผ.เพราะอยู่ภายใต้กำกับ จนไม่สามารถแบกรับภาระไหวแล้ว”
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาโดยโยกก๊าซที่ถูกไปตรึงภาคครัวเรือนก็ควรหางบประมาณจากตรงอื่นมาช่วย โดยไม่ควรให้เฉพาะ ปตท.มาช่วยเหลือในงบประมาณ 6,000 ล้านบาท และโยกภาระก๊าซที่แพงมาให้เอกชน ซึ่งสุดท้ายจะผลักภาระให้ประชาชนอยู่ดี