มองจีนแก้จน
ระหว่างปี 1980–1990 จีนได้ส่งผู้แทนหลายคณะมาเยี่ยมชมและศึกษาจากโครงการพระราชดำริ แสวงความรู้และหาทางออก เอาเครื่องจักรเครื่องกลมาช่วยเหลือ มีพันธุ์พืช พันธุ์ดอกไม้ พันธุ์ผลไม้ หรือพันธุ์สัตว์มาแลกเปลี่ยนกัน
ยุคที่เติ้งเสี่ยวผิงเปิดประเทศ จีนยังยากจนมาก คนจีนอพยพมาเมืองไทยกันมากในช่วงก่อนหน้านั้น หลีกหนีความยากจน มีเสื่อผืนหมอนใบ จีนพยายามที่จะสร้างกลุ่มคนรวยขึ้นมากลุ่มหนึ่งก่อน จะให้จนหมดเสมอกันไม่ได้ กลุ่มคนที่รวยจะเป็นแบบอย่างและกลับมาช่วยแก้ความยากจน ในยุคนั้นคนจีนใส่เสื้ออยู่ 2 สี มีจักรยานขี่กันไม่มาก ชาวจีนโพ้นทะเลที่กลับไปเยี่ยมญาติที่เมืองจีนมักซื้อจักรยานเก่า จักรเย็บผ้าเก่า เสื้อผ้าเก่า รวมทั้งซื้ออาหารการกินจากฮ่องกง นั่งรถประจำทางเข้าไปให้ถึงบ้านเกิด
ปี 2008 ในวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ ปีนั้นประเทศจีนมีงบประมาณการพัฒนาประเทศ 5 ล้านล้านหยวน เชื่อหรือไม่ รัฐบาลได้ตัดเงินออกมา 4,000 ล้านล้านหยวน เอามาพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้ทุกหมู่บ้านมีถนนถึง ทุกอำเภอมีทางด่วนลง ทุกมณฑลมีรถไฟความเร็วสูงผ่าน มีไฟฟ้าใช้ มีอินเทอร์เน็ต ไม่มัวถามความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่าถนนไปถึงไหนความเจริญไปถึงตรงนั้น
ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต้องการดูทีวี ต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวก ทำให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวหน้า พัฒนาแบบต่อเนื่อง พอถึงจุดที่มีมาตรฐานก็ส่งออก อินเตอร์เน็ตทำให้ทุกหมู่บ้านสามารถนำผลผลิตขึ้นขายทางแพลตฟอร์ม E-commerce ผู้ผลิตสามารถขายตรงถึงผู้บริโภค
กล้าสู้กล้าเอาชนะ
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกำหนดเป้าหมายว่าในปี 2020 ประเทศจีนจะต้องไม่มีคนจน ทั้งที่ขณะนั้นมีคนยากจนเหลืออยู่อีกประมาณ 70 ล้านคน จีนนิยามคำว่า “ยากจน” โดยมาตรฐานรายได้ของประชาชน ถ้าต่ำกว่า 1.9 เหรียญ (USD) ต่อวัน จะถือเป็นคนยากจน
พยายามสร้างงาน จับคู่แก้จน สร้างแฟ้มประวัติครัวเรือน ทำข้อมูล BIG DATA และทำโครงการแก้ไขปัญหาโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปประกบ พัฒนาอาชีพให้มีรายได้มากกว่า 1.9 เหรียญ มีนโยบายต่อความจำเป็นพื้นฐาน รายได้ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม หลักประกันสุขภาพ การศึกษาขั้นพื้นฐาน 9 ปี (ของเรา 12 ปี) ที่อยู่อาศัยและน้ำดื่มสะอาด
จีนอพยพคน 1 ล้านครอบครัวในช่วง 5 ปี (2015-2020) จากแหล่งทุรกันดารที่รัฐบาลมองแล้วว่ายากหรือไม่คุ้มค่าต่อการไปช่วยเหลือพัฒนา ใช้วิธีหาที่อยู่ใหม่ สร้างบ้านให้ ส่วนคนที่ไม่สามารถพัฒนาอาชีพ เช่น คนสูงอายุ คนป่วย ติดบ้านติดเตียง คนพิการ จีนกำหนดไว้ว่าคนหนึ่งต้องมีรายได้ มีเงินใช้ไม่ต่ำกว่า 2,300 หยวนต่อปี คำนวณค่าเงินเฟ้อให้ด้วย ปี 2020 ขยับเป็น 4,000 หยวนต่อหัว ซึ่งบัดนี้ทำให้ทุกคนพ้นความยากจนได้หมด
สร้างความมั่งคั่งร่วมกัน
ในสมัชชาประชาชนครั้งที่ 20 ที่เพิ่งผ่านไป สีจิ้นผิงให้นโยบายว่าด้วย“ความมั่งคั่งร่วมกัน” Common Prosperity ให้คนรวยช่วยเหลือคนอื่นให้รวยไปด้วยกัน เปิดช่องให้คนที่ยากจนมีโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ ให้มณฑลที่เจริญกว่าไปช่วยเหลือจับคู่มณฑลยากจน แลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหา ให้มั่งคั่งไปด้วยกัน สร้างระเบียบเรื่องเงินทุน ไม่ปล่อยให้ใครแสวงหาผลกำไรสูงสุดอย่างไรก็ได้ จึงมีข่าวว่าแจ็คหม่าถูกเบรคว่า “อย่ารวยคนเดียว”
จีนมุ่งโครงสร้างรายได้ประชากรให้เป็นแบบลูกสมอ(หนำเลียบ) หมายความว่าคนจนมาก คนรวยมากให้มีแต่น้อยตรงปลายของลูกสมอ ส่วนชนชั้นตรงกลางให้มีมากที่สุด เพราะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจการพัฒนาประเทศ ตั้งเป้าขยับเพิ่มจาก 200 ล้านคนเป็น 500 ล้านคน เน้นคนมีความขยันและมีนวัตกรรม ยึดมั่นในการพัฒนาสังคมให้เจริญไปด้วยกันในทุกภูมิภาค ไม่ให้สัญญาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้กับประชาชน ที่สำคัญที่สุดไม่ให้รัฐสวัสดิการแก่คนขี้เกียจ จึงมีการพัฒนารายได้ของบุคคล สังคมอย่างต่อเนื่อง