background-defaultbackground-default
ศึกเฉือนคม 2 ป. (ประยุทธ์ vs ปชป.) ชิงหัวใจเกษตรกร

ศึก 2 ขั้ว "ตกปลาข้ามบ่อ – งูเห่าข้ามสนามเลือกตั้ง"อาจจะมองว่าดุเดือด แต่จริงๆ แล้ว ยังมีศึกขั้วเดียวกันร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ "ศึก 2 ป." ซึ่งหมายถึง"ป.ประยุทธ์ กับ ปชป."

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วานนี้ "พล.อ.ประยุทธ์" นำคณะรัฐมนตรีคนสนิท อย่าง "เสี่ยเฮ้ง" สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเฮ้ง พร้อมด้วย "เสี่ยโอ๋" ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส จากกลุ่มสิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวเตรียมย้ายจากอ้อมอก "บิ๊กป้อม" ไปกับ "บิ๊กตู่" เพื่อร่วมงานกับพรรคที่ตั้งอยู่แถวซอยอารีย์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

 

โดยทุกสายตาต่างจับจ้องเพราะรัฐมนตีที่มารอรับ คือ "สันติ พร้อมพัฒน์" รมช.คลัง บ้านใหญ่แห่งเมืองมะขามหวาน ที่รีบปรี่เข้ามายกมือไหว้อย่างนอบน้อม ชนิดเรียกว่าเกือบจะยกมือพนมวางแทบอก จนมีการตั้งคำถามถึงท่าทีลักษณะนี้ ไม่รู้เป็นเพราะมีข่าว "ผู้กองธรรมนัส" พร้อมพลพรรค เตรียมย้ายสำมะโนครัวกลับเข้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ 

 

ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีกระแสข่าวออกมายืนยันว่า จะมี 13 ส.ส. กลุ่มของผู้กอง ไปเขียนใบสมัครเตรียมกลับพรรคพลังประชารัฐเอาไว้แล้ว โดยหย่อนในลิ้นชักโต๊ะทำงานบ้านป่ารอยต่อ ก่อนทางพรรคเศรษฐกิจไทย ออกมาปฏิเสธ เพราะถ้าไปสมัครพรรคใหม่ ก็จะขาดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ทันที 

 

แต่ในทางการเมืองเป็นที่รู้กัน อาจมีพิธีกรรมคล้ายๆ มอบสินสอดทองหมั้น ส่งใบสมัครแต่ไม่ลงวันที่ รอจังหวะดีๆ ค่อยเปิดตัว เปิดชื่อ ส่ง กกต. จะได้ไม่มีปัญหาทางกฎหมาย และหนีไปไหนไม่ได้

จนกระทั่งล่าสุดมือขวาผู้กอง "ไผ่ ลิกค์" ส.ส.กำแพงเพชร ออกมายืนยันชัดเจนผ่านสื่อหลายแขนงวานนี้ว่า จะมีส.ส. 13 คน พร้อมกลับคืนถิ่นพปชร. แต่ทุกอย่างอยู่ที่ "ลุงป้อม" จะพิจารณา เพื่อให้ทุกฝ่ายในพรรคเกิดความสบายใจ และถ้ายังไม่ใช้ตอนนี้ ก็พร้อมทำงานซัพพอร์ต พล.อ.ประวิตร ต่อไป ซึ่งนัยคำตอบ ก็คงพอเห็นภาพชัดเจน

 

ประเด็นทั้งหมดไฮไลต์อยู่ตรงกิจกรรม "ลุงตู่" กับการลงพื้นที่เพชรบูรณ์ เพื่อไปคิกออฟมาตรการ "ช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข่าว ประจำปีผลิต 2565/2566" ในการแจกเงินให้กับเกษตรกร และที่ต้องขีดเส้นใต้ไฮไลต์ตัวหนาๆ เพราะเป็นงานที่ "ทีมยุทธศาสตร์นายกฯ" และ "ดร.แด๊ก" ธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ที่หลายคนมองว่ายังเป็น "โฆษกส่วนตัวของนายกฯ" คิดขึ้นมา

 

เนื่องจากเห็นว่า ที่ผ่านมาประชาชนจำแต่ "นโยบายประกันรายได้" ที่ "พรรคประชาธิปัตย์" หาเสียง และใช้เป็นแคมเปญผลงานของตัวเอง เวลากดปุ่มปล่อยเงินประกันรายได้ ก็ทำคล้ายเป็นกิจกรรมของพรรค ทั้งๆเงินมาจากกระทรวงการคลัง ที่พลังประชารัฐดูแล และยังมีเงินในส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ "ประกันรายได้" รวมแพ็คอยู่ด้วย เช่น เงินสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว แต่ไม่ถูกพูดถึง แถมยังไม่ค่อยพูดถึงนายกฯด้วย

 

หากยังจำกันได้ รมช.คลัง ก็เคยออกมาโวยเรื่องนี้อยู่ จนเกือบหวิดเกิดศึกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน และเมื่อนายกฯ จัดงานนี้ขึ้นมา และเตรียมเดินสายในอีกหลายๆ จังหวัด เพื่อให้เห็นว่าโครงการประกันรายได้ และอื่นๆ เดินได้เพราะรัฐบาล ที่มีผู้นำชื่อ พล.อ.ประยุทธ์

 

 

"วันนี้มาในนามของนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาล และคณะรัฐมนตรี ทุกโครงการ ผมเป็นคนนำเข้าครม. และพิจารณาร่วมกันในการอนุมัติ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็เป็นรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบด้วยในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐทั้งหมด" คำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ ที่กล่าวในงานวานนี้

 

ปฏิบัติการชิงเสียงชาวนา จึงถือเป็นศึกใหญ่ของ 2ป. คือ "ป.ประยุทธ์ ​กับ ปชป." แน่นอน เพราะวันเดียวกัน เวลาใกล้เคียงกันของวานนี้ "จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์" ในฐานะรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ก็จัดกิจกรรมคิกออฟ โครงการประกันรายได้ ปีที่ 4 จ่ายส่วนต่างไร่ละ 1,000 บาท พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรวานนี้ งวดแรกไร่ละ 1,000 บาท ทันที รวมเม็ดเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท ในล็อตแรก

 

โดยนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ประกันให้กับพืช 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด ซึ่งจะทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ จนครบ จากนั้นก็จะไปต่อที่พืชเศรษฐกิจชนิดอื่น แต่บางชนิด ราคายังสูงกว่าราคาประกัน ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายนี่คือผลงานจากนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โชว์กันเห็นๆ ในวันเดียวกับที่ "บิ๊กตู่" ไป จ.เพชรบูรณ์ มอบเงินให้ชาวนาเหมือนกัน จะเรียกว่าบังเอิญหรือไม่ในทางการเมืองย่อมรู้กันดี

 

อย่างไรก็ตาม ศึกระหว่าง 2ป. ยังไม่จบเท่านี้ เพราะยังมีคดีใหญ่จาก ป.ป.ช. ที่จะแถลงชี้มูลก่อนเลือกตั้ง คือ คดีทุจริตถุงมือยางแสนล้าน ขององค์การคลังสินค้า หรือ อคส. หน่วยงานภายใต้การกำกับของกระทรวงพาณิชย์ งานนี้ส่งผลทางการเมืองหรือไม่ คงอ่านกันไม่ยาก แม้จะไม่ถึงตัวรัฐมนตรี แต่จะมีการขยายผลผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย ชิงความได้เปรียบกันแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยก็ต้องออกมาขยี้ซ้ำ ไม่ปล่อยโอกาสผ่านเลยไป

 

เรื่องแบบนี้ทำให้ใคร "นั่งบนภู ดูเสือกัดกัน" ถ้าไม่ใช่ "สิงห์ตู่" และหากไล่ดู คดีใหญ่ที่ ป.ป.ช.จะชี้มูล ทั้งจำนำข้าว ภาค 2  จีทูจีเก๊ มันสำปะหลัง ซึ่งจะชี้มูลความผิด ครม. 2 ชุด รวมไปถึงคดีถุงมือยาง โดยมีชื่อคนในแวดวงการเมืองขณะนี้ทั้งหมด ทุกคน ทุกขั้ว ทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่ "บิ๊กป้อม" และ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" ที่ปรึกษานายกฯ

 

ทว่า มีคนเดียวที่อยู่รอดปลอดภัย คือ "นายกฯลุงตู่" สัญญาณแบบนี้ เชื่อว่าหลายฝ่ายคงอ่านออก คิดได้ ว่ากำลังบอกถึงอะไร

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด