ส.ส. เลือกโดยประชาชน จากฐานพื้นที่ คือ ๔๐๐ เขตเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะเป็นผู้เสนอตัวแทนมาให้ประชาชนเลือก ใครอยากเป็นตัวแทนก็ต้องไปสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเสียก่อน และต้องได้รับการคัดสรรจากพรรคการเมืองนั้นให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. และเมื่อได้รับเลือกตั้งจากประชาชน จึงมีสถานะเป็นตัวแทนประชาชนจากเขตเลือกตั้งนั้น
ส่วน ส.ว.นั้น ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์เสนอตัวเข้ามาได้ตามฐานกลุ่มอาชีพ ซึ่งมี ๒๐ กลุ่มอาชีพให้เลือกตามที่ตนถนัดที่สุด จากนั้นจึงใช้ระบบให้ผู้สมัครมาประชุมเพื่อเลือกกันเอง จากระดับอำเภอไปจังหวัด และสุดท้ายตัดสินกันที่ระดับประเทศ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจึงมีสถานะเป็นผู้แทนปวงชนโดยสมบูรณ์
เครือข่ายปฏิรูปการเมืองโดยประชาชน จะให้ความสำคัญต่อการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ ทั้งเลือกตั้ง ส.ส. ๒๕๖๖ และเลือกตั้ง ส.ว.๒๕๖๗ เพราะนี่คือ หน้าต่างแห่งโอกาสสำหรับการเปลี่ยนดุลอำนาจทางการเมืองในโครงสร้างส่วนบนสุด ที่ระดับยอดพระเจดีย์ประชาธิปไตยของประเทศ
กลุ่มนักพัฒนาสังคมและชุมชนท้องถิ่น โดยส่วนใหญ่ชอบที่จะวางตัวอยู่ห่างจากการเมืองระดับชาติ ไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวและทำให้เจตนารมณ์ของงานพัฒนาเกิดข้อกังขา นอกจากนั้นยังทำงานแยกส่วนกันไปตามประเด็นและพื้นที่เฉพาะที่ตนถนัด แต่ละกลุ่มมีแนวคิดที่เป็นอิสระและแตกต่างหลากหลายมาก รวมตัวกันได้ไม่ค่อยได้นาน จึงไม่สามารถมีองค์กรกลางที่เป็นตัวแทน และขาดพื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสานสนับสนุนซึ่งกันและกัน
การรวมตัวของเครือข่ายปฏิรูปการเมืองโดยประชาชนในครั้งนี้ จึงเป็นความพยายามอีกครั้งของขบวนการที่จะทำงานในเชิงยุทธศาสตร์ จะเป็นบทพิสูจน์ว่าภาคประชาสังคมไทยสามารถรวมตัวกันได้ และดุลการเมืองที่รัฐสภาก็เปลี่ยนได้เช่นกัน