ความสำเร็จในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ถือเป็นการการันตีศักยภาพของ ป่าดี ครีเอชัน ในการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการระดับสากล ตั้งแต่การคัดเลือกชนิดไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ความสูง สภาพภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศ ให้เข้ากับการบริหารจัดการของชุมชน เปลี่ยนภาพจำการปลูกป่าทั่วไปให้กลายเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำและจับต้องได้ ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของบริษัทฯ ในการยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการแก่นักลงทุนและภาคธุรกิจที่มองหา “บริการฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศระดับพรีเมียม (Premium Forest Restoration Service)” เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero และ ESG (Environment, Social, Governance) ขององค์กรอย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ปลูกป่าแล้วจบไป แต่ยังมีการออกแบบกลไกให้ต้นไม้ที่ปลูกนั้น สามารถเติบโตและรอดชีวิตเป็นระยะเวลาต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ 2 ปี (2-Year Maintenance & Monitoring) พร้อมติดตามสมรรถนะของกล้าไม้ (Performance Monitoring) โดยใช้เครื่องมือมาตรฐานประเมินผลเชิงลึกเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในรายงานความยั่งยืน (ESG Report / One Report) ได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ ป่าดี ครีเอชัน มีความพร้อมสำหรับให้บริการด้านการประเมินผลลัพธ์เพิ่มเติม อาทิ Carbon Assessment, Biodiversity Assessment และ SROI Analysis (Social Return on Investment) เพราะนอกจากการปลูกต้นไม้แล้ว พื้นที่ฟื้นฟูแห่งนี้ยังมีแผนการดูแลรักษาและติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี โดยดำเนินงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ทั้งการควบคุมวัชพืช การบำรุงรักษาต้นไม้ การป้องกันไฟป่า และการติดตามการเจริญเติบโตของต้นไม้ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จของการฟื้นฟูในระยะยาว
โครงการยังมีแผนประเมินผลลัพธ์ด้านการกักเก็บคาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบทางสังคม เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับการติดตามผล และสนับสนุนการรายงานด้านความยั่งยืนขององค์กรที่เข้ามามีส่วนร่วมในอนาคต
กิจกรรมฟื้นฟูป่าดอยสุเทพในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการปลูกต้นไม้ แต่เป็นตัวอย่างของการสร้างระบบสนับสนุนการฟื้นฟูป่าที่เชื่อมโยงงานวิจัย ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตของชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการขยายผลการฟื้นฟูป่าในระดับภูมิทัศน์ และการพัฒนาความร่วมมือด้านความยั่งยืนในอนาคต
“เพราะการฟื้นฟูป่าที่แท้จริง ไม่ได้จบลงในวันที่ปลูกต้นไม้ แต่เริ่มต้นจากการสร้างระบบที่ทำให้ป่า ชุมชน และผู้คน เติบโตไปด้วยกันได้ในระยะยาว”