เนชั่นทีวี

Business

น้ำท่วม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ส่งผลไก่จมน้ำ 3.25 ล้านตัว ชาวบ้านรับศึกหนัก “ไข่แพง”

05 ต.ค. 2569 | prisana_tha

น้ำท่วม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ส่งผลไก่จมน้ำ 3.25 ล้านตัว ชาวบ้านรับศึกหนัก “ไข่แพง”

น้ำท่วม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ส่งผลไก่จมน้ำ 3.25 ล้านตัว ไข่ไก่หายจากตลาดวันละ 2-7 ล้านฟอง ผู้บริโภครับศึกหนัก “ไข่แพง”

น้ำท่วม 4 จังหวัดภาคตะวันออก ส่งผลไก่จมน้ำ 3.25 ล้านตัว ไข่ไก่หายจากตลาดวันละ 2-7 ล้านฟอง ผู้บริโภครับศึกหนัก “ไข่แพง”

KEY

POINTS

  • น้ำท่วม 4 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรี ไก่ไข่ตายกว่า 3.25 ล้านตัว
  • ไข่ไก่เข้าสู่ภาวะตึงตัว ผลผลิตลดลงจากปกติ 2.2–2.5 ล้านฟองต่อวัน ประเมินไข่หายจากตลาดกว่า 7 ล้านฟองต่อวัน ผู้ค้าต้องเร่งหาแหล่งไข่ใหม่ ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ส่งผลให้ไข่แพง
  • กรมปศุสัตว์งัด 3 มาตรการเพิ่มไข่เข้าระบบ ขยายอายุไก่ไข่ยืนกรงและไก่ PS พร้อมลดการส่งออกไข่สด 3 เดือน หวังเพิ่มปริมาณไข่ในประเทศและพยุงเสถียรภาพราคา

น้ำท่วม 4 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรี สร้างความเสียหายหนักต่อฟาร์มไก่ไข่ ไก่ตายกว่า 3.25 ล้านตัว ผลผลิตไข่ไก่หายจากระบบวันละกว่า 2-7 ล้านฟอง ขณะที่ล้งและผู้ค้าต้องเผชิญภาวะ “มีเงินแต่ไม่มีไข่” ต้องเร่งหาแหล่งไข่มาทดแทน ท่ามกลางต้นทุนการจัดหาและขนส่งที่สูงขึ้น เมื่อสินค้าเริ่มขาดมือ ราคาจึงไม่ได้ขยับเพียงปลายทาง แต่กำลังไล่ขึ้นมาตลอดห่วงโซ่

 

โดยเฉพาะ “ไข่เบอร์” หน้าฟาร์ม ซึ่งผู้ค้าในตลาดสะท้อนว่า ราคาหน้าฟาร์มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะไข่เบอร์ 2 หน้าฟาร์มไข่แพงกว่าราคาอ้างอิงถึง 30-40 สตางค์ต่อฟอง จากสถานการณ์ปกติที่เคยซื้อขายต่ำกว่าราคาอ้างอิงราว 10 สตางค์

ขณะที่ภาครัฐมีการติดตามราคาไข่คละหน้าฟาร์ม แต่ ราคาไข่เบอร์หน้าฟาร์ม ไม่มีการประกาศราคากลางอย่างเป็นทางการ ทำให้กลไกการซื้อขายขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริงในแต่ละพื้นที่

 

น้ำท่วม 4 จังหวัด ไก่ไข่ตาย 3.25 ล้านตัว

 

จากการประชุมวาระเร่งด่วนเรื่อง “การรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่” ของกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 มีรองอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธาน ที่ประชุมรายงานความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรี พบไก่ไข่หลายช่วงอายุตายรวมกว่า 3.25 ล้านตัว แบ่งเป็น ไก่ไข่ยืนกรงตาย 2,760,094 ตัว ไก่ไข่รุ่นตาย 483,228 ตัว และไก่ PS ตาย 12,378 ตัว เฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา พบฟาร์มไก่ไข่ได้รับผลกระทบ 14 ฟาร์ม โดยมี 3 ฟาร์มที่ได้รับความเสียหาย 100%

ตัวเลขดังกล่าวนอกจากสะท้อนด้านความเสียหาย ยังสะท้อนปัญหาด้านปริมาณไข่ในตลาด เพราะกรมปศุสัตว์ประเมินว่า ผลผลิตไข่ไก่ลดลงจากระดับปกติประมาณ 2.2–2.5 ล้านฟองต่อวัน ขณะที่ความต้องการบริโภคยังเดินหน้าตามปกติ ตลาดจึงเข้าสู่ภาวะตึงตัว ผู้ค้าต้องเร่งกระจายแหล่งซื้อ ขณะที่บางล้งสะท้อนว่าปริมาณไข่ที่เข้ามาหายไปมากกว่าครึ่ง

 

พ่อค้าวิ่งรอกหาไข่ไก่ส่งให้ลูกค้า คาดไข่หาย 7 ล้านฟอง/วัน

 

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่เกษตรกร แต่ลามถึงผู้รวบรวม ล้ง และผู้ค้าไข่ไก่โดยตรงผู้ประกอบการบางรายสะท้อนภาพตลาดว่า จากเดิมสามารถจัดหาไข่ได้ตามคำสั่งซื้อ ปัจจุบันกลับต้องออกหาไข่จากหลายพื้นที่ ทำให้เกิดภาวะ ไข่ไม่มีขาย กับ ไข่ราคาแพง ควบคู่กัน จากการประเมินทางการของวงการขายไข่ไก่ คาดความเสียหายไข่ไก่หายไปจากตลาดกว่าวันละ 7 ล้านฟอง รวมทั้งผู้ค้าต้องแบกรับค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากการวิ่งรอกหาไข่ไก่มาส่งให้ลูกค้า

 

กรมปศุสัตว์งัด 3 มาตรการ เติมไข่เข้าระบบ

 

ขณะที่กรมปศุสัตว์เร่งใช้มาตรการพยุงตลาด หลังพบผลผลิตหายวันละ 2.2–2.5 ล้านฟอง โดยมีแนวทางหลัก 3 ด้าน คือ

 

-มาตรการแรก ยืดอายุไก่ไข่ยืนกรง จากเดิมปลดที่อายุ 80 สัปดาห์ เป็น 85 สัปดาห์ คาดเพิ่มไก่ไข่ยืนกรงในระบบประมาณ 4.4 ล้านตัว และเพิ่มผลผลิตไข่ได้ประมาณ 3 ล้านฟองต่อวัน

 

-มาตรการที่สอง ยืดอายุการปลดไก่ไข่ PS จาก 72 สัปดาห์ เป็น 75 สัปดาห์ คาดว่าจะช่วยเพิ่มลูกไก่ไข่ประมาณ 1.89 ล้านตัวต่อปี โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน

 

-มาตรการที่สาม ชะลอและลดการส่งออกไข่ไก่สด เพื่อเพิ่มปริมาณไข่เข้าสู่ตลาดในประเทศ จากเดิมส่งออกประมาณ 800,000–900,000 ฟองต่อวัน จะลดเหลือประมาณ 600,000–700,000 ฟองต่อวัน เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569

 

ข้อมูลจากฐานเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด