ทั้งนี้ คำสั่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าว มีขึ้นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานปริมาณนำเข้าและส่งออกเป็นรายวันภายในเวลา 18.00 น. เพื่อให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตด้านพลังงานที่ผ่านมา
นอกจากนี้ นางสาวฐิติภัสร์ ยังพบข้อมูลความเชื่อมโยงที่น่าสงสัยในการดำเนินธุรกิจน้ำมัน โดยระบุว่า บริษัทคลังน้ำมัน ใน จังหวัดอ่างทอง มีการซื้อขายน้ำมันกับบริษัทคลังน้ำมันแห่งที่ 2 ในช่วงเดือนมีนาคม แต่กลับพบว่าคลังน้ำมันแห่งที่ 3 เป็นผู้ออกใบกำกับการขนส่งแทน ทั้งที่ตามปกติผู้ค้าน้ำมันควรเป็นผู้ออกเอกสารดังกล่าวเอง
จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ยังพบความเชื่อมโยงระหว่างคลังน้ำมันทั้งหมดซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันในลักษณะเครือญาติ รวมถึงพบว่ามีคลังน้ำมันอีกหลายแห่งในจังหวัดสมุทรปราการ เพชรบุรี เชียงราย พิษณุโลก และฉะเชิงเทรา ที่มีกรรมการใช้นามสกุลเดียวกัน
อีกทั้งยังพบว่า นายอุดม กรรมการผู้จัดการบริษัทคลังน้ำมัน ใน จังหวัดอ่างทอง มีชื่อเป็นพนักงานขับรถของบริษัทขนส่งน้ำมันให้กับบริษัทคลังน้ำมัน ใน จังหวัดอ่างทอง ด้วย
นางสาวฐิติภัสร์ มองว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการใช้บุคคลใกล้ชิดหรือเครือญาติทำธุรกรรมในลักษณะอำพราง หรือ “นอมินี” เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบเส้นทางธุรกิจและการสืบสวนสอบสวน จึงขอให้ ดีเอสไอขยายผลตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
#โอ๋สุดซอย #คลังน้ำมันอ่างทอง #ทุจริตน้ำมัน #นอมินีน้ำมัน #ดีเอสไอ #DSI #ข่าวพลังงาน #ปฎิรูปพลังงาน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้