ครม.ไฟเขียว โครงการไทยช่วยไทยพลัส ประชาชนจ่าย 40 รัฐออก 60
19 พ.ค. 2569

มติ ครม.ไฟเขียว โครงการไทยช่วยไทยพลัส ประชาชนจ่าย 40 รัฐออก 60 บรรเทาค่าครองชีพ 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท - วอร์มนิ้วรอลงทะเบียน 25 พ.ค.นี้ 06.00-22.00 น.
Business
19 พ.ค. 2569

มติ ครม.ไฟเขียว โครงการไทยช่วยไทยพลัส ประชาชนจ่าย 40 รัฐออก 60 บรรเทาค่าครองชีพ 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท - วอร์มนิ้วรอลงทะเบียน 25 พ.ค.นี้ 06.00-22.00 น.
19 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันนี้ ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติโครงการไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกันว่า เป็นไปเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ให้ผ่าวิกฤตค่าครองชีพ จากวิกฤตพลังงานที่ทั่วโลกกำลังประสบหลายระลอก โดยมีต้นเหตุจากราคาพลังงาน จนเกิดวิกฤตระลอกที่ 2 ที่ส่งผลต่อต้นทุน
ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งแล้ว แต่ปัจจุบันประเทศ กำลังเข้าสู่วิกฤตของแพง ซึ่งหากไม่หยุดยั้ง ก็จะเกิดวิกฤตที่กระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนสูงขึ้น และจะกระทบต่อประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่มีเงินออม หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีกำไรสะสมมารองรับแรงกระแทก
ซึ่งหากเกิดวิกฤตนี้ จะเกิดผลกระทบทำให้ธุรกิจปิดตัว ประชาชนตกงาน และเศรษฐกิจซึมยาว จึงเป็นวิกฤตที่รัฐบาล จะต้องออกโครงการนี้ เพื่อช่วยประคองประชาชน และธุรกิจรายย่อย เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ ดูแลไม่ให้กำลังซื้อหดตัวไปมาก จนทำให้ธุรกิจปิดตัว ประชาชนตกงาน
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า หลักคิดของโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะช่วยกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อยราว 13.2 ล้านคน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเงินเป็นเงินรวม 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางให้รับมือค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยใช้ฐานข้อมูลเดิม (ไม่ต้องสมัครใหม่) แต่ให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ไปปรับปรุงฐานข้อมูลให้ใหม่แม่นยำด้วยการเปิดลงทะเบียนเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 13 ล้านคน ได้กลับมาอยู่ในกลุ่มนี้ได้
ส่วนการช่วยประชาชน ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป คนชั้นกลาง มีกำลังซื้อน้อย มนุษย์เงินเดือนที่ได้รับผลกระทบนั้น นายเอกนิติ เปิดเผยว่า รัฐบาลจะช่วยประชาชนในการใช้จ่าย โดยประชาชนจ่าย 40 และรัฐจะช่วยจ่าย 60 เพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวัน เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ไม่สามารถสมทบข้ามเดือนได้ และใช้จ่ายได้ไม่เกิน 200 บาท/วัน เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวัน โดยจะเปิดลงทะเบียน 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ระหว่าง 06.00-22.00 น. ซึ่งแนวทางการลงทะเบียน จะเหมือนรอบที่ผ่านมา ที่ประชาชนกดยืนยันสิทธิ์อีกครั้ง และระบบจะตอบกลับทันที แต่ผู้ที่ลงทะเบียนใหม่ จะต้องลงทะเบียนตามขั้นตอนเหมือนเดิม และต้องรอ 3 วัน เพื่อนำข้อมูลใหม่ไปตรวจสอบกับกรมการปกครอง
ส่วนร้านค้าที่อยู่ในระบบเคยร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ให้เข้าไปยืนยันเพื่อเข้าร่วมโครงการ สำหรับร้านค้าใหม่ที่จะเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ เปิดรับอยู่ในช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
นายเอกนิติ ยังย้ำว่า หัวใจสำคัญของพลัส นอกจากเพื่อเป็นการต่อลมหายใจร้านค้ารายเล็ก ซึ่งทุกการใช้จ่าย ไม่ได้ช่วยเฉพาะผู้ซื้อ แต่ยังช่วยร้านค้า เพื่อเติมสภาพคล่องต่อลมหายใจ เติมสายป่าน เพื่อให้ร้านค้าอยู่ได้ จึงทำให้เป็นชื่อของไทยช่วยไทยพลัส ช่วยประชาชนทั่วประเทศ
และยังจะช่วยร้านค้ารายเล็กด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาสอน ให้ร้านค้าคุ้นเคยกับการใช้ดิจิทัลในการคำนวณต้นทุน เช็กราคาวัตถุดิบในตลาด เปรียบเทียบต้นทุนในการบริหารต้นทุนให้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อในระบบ ไม่ต้องกู้นอกระบบ
นายเอกนิติ ยังยืนยันว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้ เป็นวิกฤตค่าครองชีพที่ประชาชนได้รับผลกระทบส่วนมาก ดังนั้น โครงการฯ นี้ จะช่วยประคองเศรษฐกิจให้ประชาชนผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน พร้อมเปิดเผยว่า ไม่ได้คาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่มุ่งเน้นการบรรเทาค่าครองชีพ ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจเป็นผลทางอ้อม
นายเอกนิติ เปิดเผยด้วยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีการหารือถึงพ.ร.ก.กู้เงิน ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา โดยที่ประชุมฯ มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจง และคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า พระราชกำหนดฯ นี้ได้มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ส่วนคำร้องก็เป็นไปตามกระบวนการนิติบัญญัติที่ดำเนินการไปแล้ว
ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ครั้งนี้ จะสนับสนุนให้ประชาชนใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคเท่านั้น จะแตกต่างจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา ดังนั้น ไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ประชาชนจะไม่สามารถนำไปใช้จ่ายอื่นๆ ได้ เช่น นวด หรือ ทำเล็บ เป็นต้น
ข่าวล่าสุด