ทั้งนี้ นางศุภจีและนางสาวซาบีดา ได้หารือและพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานเกี่ยวกับแนวทางการขยายตลาดและโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยสู่เวทีโลก
“นอกจากการนำผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชัน และบริการเกี่ยวเนื่องมาเข้าร่วมงาน Marché du Film แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังตั้งเป้าให้เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 250 คู่ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าเจรจาการค้าได้ไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท” นางศุภจี กล่าว
สำหรับผลการเข้าร่วมงาน Marché du Film ในปี 2568 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้นำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) จำนวน 12 บริษัท ภายใต้คูหา Thailand Pavilion เป็นครั้งที่ 18 โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 ราย จาก 140 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย ศิลปิน นักแสดง และเอเยนต์จากนานาประเทศ
ทั้งนี้ ปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถสร้างการเจรจาการค้าได้รวม 329 นัดหมาย คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 504.39 ล้านบาท โดยประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ตามลำดับ
งาน Marché du Film จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในตลาดซื้อขายภาพยนตร์ระดับนานาชาติที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของโลก โดยจัดควบคู่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Cannes Film Festival) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้พบปะเจรจาธุรกิจ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการผลิตร่วมระหว่างประเทศ (Co-production) และขยายโอกาสการซื้อขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และคอนเทนต์ในระดับสากล
ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM