ความพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และนำส่งผ่านระบบเดลิเวอรี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ คือ ส่งสินค้าไทยช่วยไทยฟรีในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร และมอบคูปองส่วนลดพิเศษแก่ผู้สั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ในรูปแบบ ‘ลดแล้ว..ลดอีก’ ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มที่
มั่นใจว่าการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเอาใจขาชอปที่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และผู้ที่ไม่มีเวลาไปซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ห้างโมเดิร์นเทรดหรือห้างค้าส่งค้าปลีก ซึ่งเป็นการกระตุ้นการรับรู้และสร้างทางเลือกการเข้าถึงสินค้าไทยช่วยไทยที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค
‘ไทยช่วยไทย’ นอกจากเป็นการจับมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ ห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย (Supplier) กว่า 20 ราย ลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ ยังมีห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศได้เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย กว่า 1,000 รายการ ในราคาส่วนลดพิเศษเช่นเดียวกับห้างโมเดิร์นเทรด เช่น *ภาคเหนือ ห้างแจ่มฟ้า จ.ลำพูน ห้าง ส.ล.โฮลเซลล์ จ.นครสวรรค์ *ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ ห้างเซฟมาร์ท จ.อุดรธานี ห้างเกียรติสินโฮลเซล จ.ขอนแก่น ห้างทวีกิจ จ.บุรีรัมย์ *ภาคกลาง ห้างเอกภาพซุปเปอร์ จ.ปราจีนบุรี ห้างทีซี ซุปเปอร์มาร์ท จ.นนทบุรี ห้างทีเอ็มเค กาญจนบุรี เทรดดิ้ง จ.กาญจนบุรี *ภาคใต้ ห้างซุปเปอร์ชีป จ.ภูเก็ต ห้างเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จ.สงขลา พิเศษไปกว่านั้น คือ มีการนำสินค้าชุมชนและสินค้าโอทอปที่เป็นสินค้าแต่ละพื้นถิ่นเข้าร่วมจำหน่ายในชื่อไทยช่วยไทยในราคาพิเศษด้วย ทำให้พี่น้องประชาชนได้อุดหนุนสินค้าอุปโภค-บริโภคซึ่งเป็นสินค้าชุมชนในท้องถิ่นของตนเองและช่วยกระจายสินค้าแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยให้ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนในส่วนภูมิภาคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะนำปัญหาอุปสรรค ข้อดี-ข้อด้อย จากการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยผ่านทุกๆ ช่องทาง มาทำการวิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง และนำข้อเสนอแนะทั้งจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำบทวิเคราะห์เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการจัดทำโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และนำไปต่อยอดการให้บริการของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย