จากการพูดคุยกับผู้บริหารของทั้ง 4 ห้าง ได้แจ้งว่า ห้างมีความพร้อม 100% ในการเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้เตรียมสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไม่น้อยกว่า 1,000 รายการเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งมีทั้งสินค้ากลุ่ม House Brand และกลุ่มแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) มาจำหน่ายในราคาพิเศษ และจะมีการเติมสินค้าตลอดไม่ให้ขาด จึงคาดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มที่ โดยสินค้ากลุ่ม House Brand กลุ่มแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) จะมีราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปเฉลี่ย 25 - 58% และเมื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยก็จะยิ่งลดราคามากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ มั่นใจว่า โครงการไทยช่วยไทยของกระทรวงพาณิชย์จะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามรสนิยมความชอบซึ่งมีแบรนด์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย โดยสินค้ากลุ่ม House Brand และกลุ่มแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) ที่ผลิตและจำหน่ายโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ของประเทศล้วนเป็นสินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐาน คุณภาพดี สามารถใช้อุปโภค-บริโภคได้ในราคาสมเหตุสมผลที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ง่าย และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า
กระทรวงพาณิชย์ เชื่อมั่นว่า ‘โครงการไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ จะเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าราคาประหยัดถึงมือประชาชนทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งนี้ มีห้างโมเดิร์นเทรด ซัพพลายเออร์ ฯลฯ เข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 19 ราย โดยประชาชนสามารถสังเกตป้ายโครงการไทยช่วยไทยที่ติดบริเวณร้าน และสามารถเข้าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคในราคาพิเศษ โดยคาดว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้จริง” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย