พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ฯ แจ้งความบริษัทน้ำมันใหญ่กลางดึก 3 ข้อหา
05 เม.ย. 2569

พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ฯ แจ้งความบริษัทน้ำมันใหญ่ในพื้นที่กลางดึก 3 ข้อหา ด้านบริษัทออกแถลงการณ์ยัน ไม่ได้กักตุนน้ำมันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากสถานการณ์แต่อย่างใด
Business
05 เม.ย. 2569

พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ฯ แจ้งความบริษัทน้ำมันใหญ่ในพื้นที่กลางดึก 3 ข้อหา ด้านบริษัทออกแถลงการณ์ยัน ไม่ได้กักตุนน้ำมันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากสถานการณ์แต่อย่างใด
5 เมษายน 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 23.30 น. นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายและเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีกับ บริษัทบริหารจัดการน้ำมันแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 1 ถนนกาญจนวิถี ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
1. ครอบครองสินค้าควบคุมเกินปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 25 (12)
2. เก็บสินค้าควบคุมในสถานที่อื่นนอกจากที่แจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 25 (5)
3. ไม่นำสินค้าออกจำหน่าย ปฏิเสธการขาย หรือประวิงการส่งมอบโดยไม่มีเหตุสมควร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงเดือนมีนาคม 2569
พนักงานสอบสวนได้บันทึกปากคำผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว เป็นคดีอาญาที่ 468/2569 พร้อมเตรียมสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด ออกแถลงการณ์ชี้แจงในวันเดียวกัน ยืนยันว่าบริษัทประกอบกิจการในฐานะผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 รับซื้อ จำหน่าย และจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่สุราษฎร์ธานี ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้บริษัทฯ มีสถานะเป็นผู้บริหารจัดการคลังน้ำมันเฉพาะในส่วนที่บริษัทฯ รับผิดชอบเท่านั้น
สำหรับประเด็นที่ปรากฏในข่าวเกี่ยวกับการ “กักตุนน้ำมัน” นั้น บริษัทฯ ขอเรียนว่า การดำเนินงานด้านการจัดเก็บและบริหารสต็อกน้ำมันของบริษัทฯ เป็นไปตามแผนการจัดส่งและสำรองน้ำมันตามปกติ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของลูกค้าและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ โดยไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์ในการกักตุนสินค้าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากสถานการณ์แต่อย่างใด
บริษัทฯ มีระบบบริหารจัดการสต็อกน้ำมันที่สามารถตรวจสอบได้ มีการแยกเก็บอย่างชัดเจนและไม่มีการปะปนกับสินค้าของผู้ประกอบการรายอื่น ทั้งนี้ กระบวนการรับเข้า-จ่ายออกน้ำมันยังคงดำเนินการตามปกติ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานที่หน่วยงานราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และยินดีให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงพร้อมสนับสนุนข้อมูล เอกสาร หรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
ข่าวล่าสุด