svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

เสียงครวญจากตลาดปากน้ำ! แม่ค้าปล่อยโฮ ค้าขายยุคนี้แย่สุดในชีวิต "กำไรไม่มี-ลูกค้าหาย" จี้รัฐบาลอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

26 มี.ค. 2569

เสียงครวญจากตลาดปากน้ำ! แม่ค้าปล่อยโฮ ค้าขายยุคนี้แย่สุดในชีวิต "กำไรไม่มี-ลูกค้าหาย" จี้รัฐบาลอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน น้ำมันพุ่ง 6 บาท ทำต้นทุนทะลุ-ของจ่อขึ้นราคา

26 มีนาคม 2569 ผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันอีก6 บาท ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้า และ การนำสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้กระทบกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าไปแล้ว และทยอยกันปรับขึ้นราคาสินค้า หลังขึ้นอีก 6 บาท ทำให้ตอนนี้ก็มีแนวโน้มว่าสินค้าต่างๆจะต้องปรับขึ้นตามอีกครั้ง  

 

 

เสียงครวญจากตลาดปากน้ำ! แม่ค้าปล่อยโฮ ค้าขายยุคนี้แย่สุดในชีวิต "กำไรไม่มี-ลูกค้าหาย" จี้รัฐบาลอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

 

โดย พ่อค้า แม่ค้าในตลาดปากน้ำ ซึ่งแต่ละคนต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกัน ว่า แบกรับต้นทุนค่าน้ำมันไม่ไหวทั้งคนขายผัก ที่ต้องรับผัก มาจากสี่มุมเมือง หรือ หากมีรถมาส่ง ตอนนี้จะมีการปรับราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับอาหารสดหลายรายการ รวมไปถึงถุงพลาสติกใส่สินค้า โฟมบรรจุอาหารทะเล ที่ขึ้นมาลังละ 5-10 บาท ต่อขนาด  

แม่ค้าผัก เผย ทำใจน้ำมันขึ้น 6 บาท ดีกว่าไม่มีใช้ 

 


แม่ค้าขายผักและกล้วยไข่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนนี้เธอเดินทางไปรับกล้วยไข่ ตระเวนหาน้ำมันตั้งแต่ สมุทรปราการ ไปถึงระยอง ไม่มีน้ำมันเติมสักปั๊ม กระทั่ง 23.00 น. เปิดดูในโซเชียลจึงรู้ข่าวว่าน้ำมันขึ้นอีก 6 บาท แต่ไม่รู้จะตกใจยังไง เพราะเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องขึ้น แต่ขอให้มีใช้ แม้จะขึ้น 6 บาท แต่ดีกว่าไม่มีน้ำมันใช้

 

แม่ค้า บอกว่า ปกติจากสมุทรปราการ ไปถึงจันทบุรี  ไป-กลับ ใช้น้ำมัน 1,000 บาท เพื่อรับสินค้ามาขาย หากเป็นเช่นนี้ต้องพิจารณาปรับขึ้น ตามต้นทุน ส่วนผักต่างๆ ตอนนี้ ยังคงต้องแบกรับราคาไว้ก่อน ยอมกำไรลดลง เพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้า ตลาดเงียบมาก เพราะคนประหยัดเงิน หากปลายทางบริโภคน้อย พ่อค้าแม่ค้าก็จะขายได้น้อย 

 

เสียงครวญจากตลาดปากน้ำ! แม่ค้าปล่อยโฮ ค้าขายยุคนี้แย่สุดในชีวิต "กำไรไม่มี-ลูกค้าหาย" จี้รัฐบาลอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

 

เสียงครวญจากตลาดปากน้ำ! แม่ค้าปล่อยโฮ ค้าขายยุคนี้แย่สุดในชีวิต "กำไรไม่มี-ลูกค้าหาย" จี้รัฐบาลอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

 

เสียงครวญจากตลาดปากน้ำ! แม่ค้าปล่อยโฮ ค้าขายยุคนี้แย่สุดในชีวิต "กำไรไม่มี-ลูกค้าหาย" จี้รัฐบาลอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

 

 

 

จี้ รัฐบาล ยึดประโยชน์ส่วนรวม อย่าทำเพื่อส่วนตัว 

 

ขณะเดียวกันสินค้าอุปโภคก็ปรับราคาขึ้นหมด พ่อค้าแม่ค้า ได้พูดคุยกันอยู่ว่าจะ รับมือกันอย่างไร และ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ไขได้แค่ไหน ที่สำคัญรัฐบาลต้องทำนโยบายดีดี เพื่อประโยชน์ ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว 

ซึ่งได้ติดตามข่าว ทราบว่า น้ำมันที่ปรับขึ้น เป็นน้ำมันล็อตเก่าที่ยังไม่ได้นำเข้าใหม่ ตอนแรกบอกสำรองได้ 60 วัน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเดือนขึ้นราคาแล้ว แต่ก็อยู่ที่โรงกลั่น เขาจะขายเท่าไหร่ เราจำเป็น ก็ต้องซื้อ 

 

ด้าน ป้าแจ๋ว อายุ 78 ปี แม่ค้าตลาดบางฆ้อง ปากน้ำ สมุทรปราการ เปิดเผยว่า หลังน้ำมันขึ้นมาอีก 6 บาท ยิ่งทำให้ได้รับผลกระทบหนักเพราะก่อนหน้านี้ ได้รับผลกระทบไปแล้ว ตอนนี้ค้าขายยิ่งลำบาก ไม่มีคน ไม่มีกำไร ขณะที่เรือประมง เขาก็หยุดส่งสินค้า บางราย สินค้าน้อยลง เพราะเขาหยุดเดินเรือ ขาดทุนเป็นล้าน ยังต้องดูแลลูกน้อง 12 คน ตอนนี้อยู่กันไม่ได้แล้ว 

 

แต่ก่อนค้าขายได้กำไร 5 บาท 10 บาท ยังมีเหลือเก็บ แต่ยุคนี้ มันแย่มาก ตอนนี้ขายของไม่ได้กำไร บางคนไปกู้เขามาไม่มีเงินส่ง ก็ต้องเลิกขาย เวลาของเหลือก็ขาดทุน ส่วนการแก้ปัญหาของรัฐบาลก็อย่าให้พูดเลย สส.ที่เลือกมา ถามว่าช่วยตรงไหน ช่วยอะไรประชาชนบ้าง

 

 

 

สรุปความเดือดร้อนที่รัฐต้องฟัง:

 

ต้นทุนขยับ: ค่าขนส่งผักจากตลาดสี่มุมเมืองพุ่งทันที ถุงพลาสติก-โฟม ปรับขึ้นลังละ 5-10 บาท

ยอมกำไรลด: แม่ค้าผักต้องแบกรับราคาไว้ก่อน เพราะกลัวลูกค้าไม่ซื้อ แต่ตอนนี้ตลาดเงียบเหงาจนแทบไม่มีกำไร

ประมงอัมพาต: "ป้าแจ๋ว" แม่ค้าวัย 78 เผยเรือประมงหยุดส่งสินค้าเพราะแบกค่าน้ำมันไม่ไหว ขาดทุนหลักล้าน กระทบถึงลูกจ้างและคนขายของหน้าร้าน

คำถามถึงรัฐบาล: ประชาชนตั้งข้อสงสัย น้ำมันล็อตเก่าแต่ทำไมปรับราคาเร็วขนาดนี้? พร้อมจี้ ส.ส. ในพื้นที่ให้ลงมาดูดำดูดีความลำบากของชาวบ้านบ้าง

 

 


#น้ำมันแพง #ของแพงทั้งแผ่นดิน #น้ำมันขึ้น6บาท #ตลาดปากน้ำ #ปากท้องประชาชน #เศรษฐกิจไทย2569 #รัฐบาลทำอะไรอยู่ #ค่าครองชีพ #เสียงประชาชน
 

 

 

 

 

เนชั่นทั่วไทย

สืบสานพระดำริ “ยกระดับผ้าไทยสู่สากล” | เนชั่นทั่วไทย | 26 มี.ค. 69 | PART 2

พาไปดูบรรยากาศการขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยครั้งสำคัญที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 24 และ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้เปิดฉากโครงการ "สร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้า และงานหัตถกรรมไทย" ตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ปักหมุดเริ่มต้นจุดแรกกันที่ภาคใต้ จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ และ กลุ่มทอผ้าในพื้นที่ภาคใต้