svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

'เลือกตั้ง - ชายแดนไทยกัมพูชาสงบ' ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. 69 ฟื้น

13 ก.พ. 2569

ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง หลังความขัดแย้งไทย - กัมพูชา คลี่คลาย เลือกตั้งคึกคัก จับตาเสถียรภาพรัฐบาลใหม่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ  ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ม.ค.2569 พบว่า  ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนม.ค.69 อยู่ที่ระดับ 52.8 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือน ธ.ค.68  ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 46.4 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 50.5 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 61.6

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนกัมพูชายุติและสงบลงตั้งแต่ปลายปี 2568 จนถึงปัจจุบันปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับบรรยากาศการหาเสียงที่คึกคักทั่วประเทศและความหวังที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้นที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ในอนาคต

'เลือกตั้ง - ชายแดนไทยกัมพูชาสงบ' ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. 69 ฟื้น

"ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่คลี่คลาย บวกกับบรรยากาศหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคักทั่วประเทศ  ประกอบกับคนคาดหวังว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว จะเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้น ส่งผลให้คนมีความเชื่อมั่น" 

ส่วนแนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนก.พ. และมี.ค.จะยังเป็นบวกได้ต่อเนื่องหรือไม่นั้น จุดสำคัญอยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และการมีนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง หน้าตาคณะรัฐมนตรีเป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ เสถียรภาพของรัฐบาลผสม ซึ่งยังต้องรอความชัดเจน รวมถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ตลอดจนการมีคณะรัฐมนตรีที่ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน โดยเห็นว่าเป็นแนวทางที่รัฐบาลแกนนำกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
 

'เลือกตั้ง - ชายแดนไทยกัมพูชาสงบ' ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. 69 ฟื้น 'เลือกตั้ง - ชายแดนไทยกัมพูชาสงบ' ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. 69 ฟื้น

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย  เดือนม.ค. อยู่ที่ 44.4 ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่ก.พ. 2568 สะท้อนว่าภาคธุรกิจเริ่มมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยภาคธุรกิจเห็นตรงกันว่าบรรยากาศการเลือกตั้งและความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  

นอกจากนี้การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นแรงหนุนสำคัญ โดยในรอบ 1 เดือน มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามากว่า 500,000 คน และนักท่องเที่ยวมาเลเซียกว่า 300,000 คน ซึ่งสะท้อนว่า การท่องเที่ยวกลับมาเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย และช่วยหนุนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจให้ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังมีความกังวลในประเด็นปัจจัยเสี่ยง ทั้งสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ข้อพิพาทไทย–กัมพูชา การเข้าถึงสินเชื่อที่ยังยาก ต้นทุนทางการเงินสูง กำลังซื้อที่อ่อนตัว และความต้องการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

'เลือกตั้ง - ชายแดนไทยกัมพูชาสงบ' ดันดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. 69 ฟื้น

ทั้งนี้ ม.หอการค้าไทย คาดว่า ช่วงไตรมาส 1 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นั้น เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ราว 0.8-1.2% และยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 1.6% เท่าเดิม แต่อาจจะมีการทบทวนประมาณการใหม่ ก็ต่อเมื่อสงครามการค้ามีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงจนเกิดเป็นสงครามจริง รวมทั้งรอดูนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างไรด้วย หากรัฐบาลเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม จะยิ่งเสริมแรงความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้นตัวในขณะนี้ และช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยกลับมามีพลังในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง