ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ ที่เริ่มเห็นสัญญาณการอ่อนตัวของตลาดแรงงานที่ชัดเจนขึ้น ทั้งตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนที่แทบไม่ขยายตัว และจำนวนตำแหน่งงานว่างที่ลดลงระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 รวมถึงดัชนีการจ้างงานในภาคบริการและการผลิตที่สะท้อนภาวะชะงักงัน ทำให้ภาพรวมดังกล่าวเพิ่มน้ำหนักต่อมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเผชิญความเสี่ยงด้านการจ้างงาน และอาจบีบให้เฟดต้องพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่อนคลายเร็วมากกว่าที่เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้า ซึ่งจะเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างที่ดีต่อราคาทองคำในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ทางฝ่ายวิเคราะห์มองภาพราคาทองคำยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวภายใต้กรอบจำกัด สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ "รอย่อซื้อ" โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,880/ $4,825(ราคาทองคำไทยประมาณ 72,000-71,000 บาท) ขณะที่กรอบแนวต้านสำคัญอยู่ที่ $5,100-$5,150 (ราคาทองคำไทยประมาณ 74,850 – 75,600 บาท) หากราคาสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ ส่งผลให้เปิดโอกาสให้ราคาขยับขึ้นทดสอบเป้าหมายถัดไปบริเวณ $5,275 (ราคาทองคำไทยประมาณ 77,500 บาท) โดยภาพรวมระยะกลางถึงยาวยังมองเป็นจังหวะทยอยสะสม เนื่องจากทองคำยังคงได้เปรียบในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจโลก