กู้บ้านเงินเหลือคืออะไร? สรุปข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
26 ม.ค. 2569
ทำความรู้จัก กู้บ้านเงินเหลือ หรือกู้คอนโดเงินเหลือ เทคนิคขอสินเชื่อให้มีเงินทอนไว้ตกแต่งหรือลงทุน พร้อมวิธีประเมินความเสี่ยงและข้อควรระวังเพื่อความมั่นคงทางการเงิน
Business
26 ม.ค. 2569
ทำความรู้จัก กู้บ้านเงินเหลือ หรือกู้คอนโดเงินเหลือ เทคนิคขอสินเชื่อให้มีเงินทอนไว้ตกแต่งหรือลงทุน พร้อมวิธีประเมินความเสี่ยงและข้อควรระวังเพื่อความมั่นคงทางการเงิน
กู้บ้านเงินเหลือ หรือ กู้คอนโดเงินเหลือ เป็นหนึ่งในรูปแบบการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพและราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้น แนวคิดหลักของการกู้บ้านเงินเหลือคือการขออนุมัติวงเงินสินเชื่อจากธนาคารในจำนวนที่สูงกว่าราคาซื้อขายจริงของทรัพย์สินนั้นๆ ทำให้ผู้กู้ได้รับเงินส่วนต่างกลับมาเป็นเงินสดก้อนหนึ่งหลังจากชำระค่าบ้านให้กับผู้ขายเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่จำเป็น
ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการซื้อบ้านในราคา 2 ล้านบาท แต่สามารถยื่นขออนุมัติวงเงินกู้ได้ถึง 2.5 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับราคาประเมินและฐานเงินเดือน) เมื่อหักค่าตัวบ้านออกไปแล้ว คุณจะมีเงินเหลือถึง 5 แสนบาท ซึ่งเงินก้อนนี้สามารถนำไปใช้ในการตกแต่งบ้าน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่การนำไปชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า หรือนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การกู้ในลักษณะนี้ถือเป็นดาบสองคมที่ผู้กู้ต้องศึกษาเงื่อนไขและภาระผูกพันอย่างละเอียดรอบคอบ
การกู้บ้านเงินเหลือมีทั้งมิติที่เป็นประโยชน์ในการเพิ่มสภาพคล่อง และมิติความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสถานะทางการเงินในระยะยาว ซึ่งสามารถแยกพิจารณาได้ดังนี้
เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน: ได้เงินก้อนมาใช้ตกแต่งบ้านหรือสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินโดยไม่ต้องขอสินเชื่อประเภทอื่นเพิ่ม
อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น: ดอกเบี้ยบ้านมักจะถูกกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรเครดิต ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ยได้มากกว่าหากนำเงินไปปิดหนี้เหล่านั้น
ผ่อนชำระในระยะยาว: สามารถกระจายงวดผ่อนได้นานถึง 30-40 ปี ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนไม่สูงจนเกินไปเมื่อเทียบกับการกู้เงินก้อนสั้นๆ
ภาระหนี้สูงขึ้น: การกู้เกินราคาบ้านหมายถึงยอดหนี้ที่สูงขึ้น ซึ่งคุณต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยของเงินก้อนที่เกินมานั้นด้วยตลอดอายุสัญญา
ดอกเบี้ยรวมสะสมมหาศาล: แม้ดอกเบี้ยรายปีจะต่ำ แต่เมื่อผ่อนนานหลายสิบปี ยอดดอกเบี้ยรวมอาจสูงกว่าเงินต้นที่กู้เกินมามาก
ความเสี่ยงจากการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์: การมีเงินก้อนใหญ่อาจทำให้เกิดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หากไม่มีการวางแผนการเงินที่ดีอาจกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต
กระทบความสามารถในการกู้เพิ่ม: ยอดหนี้ที่สูงจะถูกบันทึกในเครดิตบูโร ทำให้การขอสินเชื่อรถหรือสินเชื่ออื่นๆ ทำได้ยากขึ้น
ก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการกู้บ้านเงินเหลือ ผู้กู้ควรประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตนเองอย่างถี่ถ้วน โดยหลักการทั่วไปค่างวดผ่อนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้สุทธิ นอกจากนี้ควรตรวจสอบประวัติเครดิตบูโร และเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย (MRR/MLR) จากหลายธนาคารเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่ลืมคำนวณ "ค่าใช้จ่ายแฝง" เช่น ค่าประกันคุ้มครองวงเงิน (MRTA) ค่าจดจำนอง และค่าส่วนกลางในแต่ละปี เพื่อให้การมีบ้านในฝันครั้งนี้เป็นความสุขที่ยั่งยืนและไม่กลายเป็นภาระหนักในภายหลัง
-----
ขอบคุณข้อมูลจาก : ธนาคารอาคารสงเคราะห์
