ด่วน! อัยการคดีพิเศษ ยื่นฟ้อง 3แม่ลูก “พรประภา” คดีทุจริตหุ้นมอร์
13 ม.ค. 2569
ด่วน! อัยการคดีพิเศษ ยื่นฟ้อง 3 แม่ลูก “พรประภา” คดีทุจริตหุ้นมอร์ ลุ้นประกันตัวหรือไม่ ส่วนอีก 6 รายนัดฟังคำสั่ง 19 ก.พ. 69 - ออกหมายจับเเล้ว 4 ราย
Business
13 ม.ค. 2569
ด่วน! อัยการคดีพิเศษ ยื่นฟ้อง 3 แม่ลูก “พรประภา” คดีทุจริตหุ้นมอร์ ลุ้นประกันตัวหรือไม่ ส่วนอีก 6 รายนัดฟังคำสั่ง 19 ก.พ. 69 - ออกหมายจับเเล้ว 4 ราย
13 มกราคม 2569 ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ พนักงานอัยการได้นำตัว 3 แม่ลูก “พรประภา” ประกอบด้วย นายเอกภัทร พรประภา , นายอธิภัทร พรประภา เเละ นางอรพินธุ์ พรประภา 3 ผู้ต้องหาตระกูลดัง คดีทุจริตหุ้นมอร์ มายื่นฟ้อง เป็นจำเลย ต่อศาลอาญา
ตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด ชุดเเรก ในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE และมีลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์ หรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด , ร่วมกันฉ้อโกง , เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5
โดยก่อนหน้านี้ทางพนักงาน อัยการคดีพิเศษ 3 ได้นัดตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 มาเพื่อฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 5 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา แต่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ไม่เดินทางมาตามนัดทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปดำเนินการของหมายจับ
ต่อมาทางดีเอสไอ ได้เเจ้งว่าผู้ต้องหาจะเดินทางมาฟังคำสั่งในวันนี้(13 ม.ค.2569) จนช่วงบ่ายผู้ต้องหาทั้ง 3 เดินทางมา ทางอัยการคดีพิเศษ 3 จึงได้นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เเละศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องเเล้ว
ต่อมาเวลา 16.00 น.เศษ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวรายละ 5 ล้านบาทโดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
รายงานข่าวเเจ้งว่า จากที่อัยการสูงสุดชี้ขาดฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 42 ราย ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 ได้ยื่นฟ้อง 28 ผู้ต้องหาหุ้นมอร์ ตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด ชุดเเรก โดยมีรายงานว่าผู้ต้องหา 4 รายได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 30 ก.ย.2568
ในส่วนผู้ต้องหาอีก 14 ราย ก่อนหน้านี้ก็ได้เคยมีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมไปยังอัยการสูงสุดคนใหม่ เเละมีการขอเลื่อนการรับทราบคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ 3 อีกหลายครั้ง โดยอ้างเหตุต่างกัน ซึ่งมีบางรายที่คำสั่งของอัยการสูงสุดลงมาเเล้ว ทางอัยการคดีพิเศษก็ได้นำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญา บางรายก็มีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมเข้าไปใหม่อีกรอบ บางรายอัยการคดีพิเศษก็ได้ให้ดีเอสไอไปขอออกหมายจับเรียบร้อยเเล้ว เเต่ยังไม่ได้ตัวมา
จนได้ตัวมาฟ้องวันนี้ อีก 3 ราย เท่ากับทางอัยการคดีพิเศษ ยังเหลือผู้ต้องหารวม 10 รายที่ยังไม่ได้นำตัวฟ้องศาล
โดยอัยการให้ไปดำเนินการออกหมายจับไปเเล้ว 4 ราย ส่วนอีก 6 รายที่เหลือให้นัดมาฟังคำสั่งวันที่ 19 ก.พ.2569 นี้ หากในวันดังกล่าวผู้ต้องหาที่เหลือยังไม่เดินทางมาโดยไม่มีเหตุสมควรตามกฎหมาย ก็จะพิจารณาดำเนินการให้ดีเอสไอไปขอออกหมายจับต่อไป
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ข้อมูลกับ "กรุงเทพธุรกิจ" เพิ่มเติมว่า กระบวนการสอบสวนในคดีดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยทางอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้รวมทั้งหมด 42 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีการส่งตัวไปยังพนักงานอัยการแล้ว 28 คน
ในส่วนความคืบหน้าของผู้ต้องหา 3 คนสำคัญ ในกลุ่ม "พรประภา" ที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา ทางพนักงานอัยการได้ทำหนังสือแจ้งมายังดีเอสไอ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้นำตัวผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวมาส่งฟ้อง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางมาตามกำหนดนัดของพนักงานอัยการเมื่อวันที่ 5 ม.ค.2569
อย่างไรก็ตาม ทางดีเอสไอ จึงได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอออกหมายจับ ศาลได้อนุมัติหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569 โดยล่าสุดผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เดินทางมาพบ จึงส่งตัวให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาตามกฎหมาย
สำหรับกระแสข่าวที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาบางรายอาจหลบหนีออกนอกประเทศ หากมีการหลบหนีจริงกระบวนการหลังจากที่อัยการสั่งฟ้องแล้ว จะเป็นขั้นตอนของการใช้กฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี
โดยหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนการต่อสู้คดีในชั้นศาลเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่มี ขณะที่ฝ่ายจำเลยจะมีโอกาสนำหลักฐานมาหักล้าง เพื่อให้ศาลพิจารณา และมีคำพิพากษาต่อไป
ในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการออกแถลงข่าวร่วมกัน โดยทางตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการออกมาตรการ และกลไกพิเศษเพื่อป้องกันปัญหาในลักษณะนี้ เช่น การควบคุมบัญชี และการตรวจสอบกระแสเงินเพื่อสร้างความปลอดภัยในระบบตลาดทุน
1.นายอภิมุข บำรุงวงศ์
2.นายเอกภัทร พรประภา
3.นายอธิภัทร พรประภา
4.นางอรพินธุ์ พรประภา
5.นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล
6.บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒกิจ
7.บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
8.นายสมนึก กยาวัฒนกิจ
9.นายโสภณ วราพร
10.นายวสันต์ จาวลา
11.นายชูโบดีบ พลาชันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS)
12.นายประยูร อัสสกาญจน์
13.นส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ นางสาวนิชานันท์ จีรไชยวรโชติ
14.นส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์
15.นส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
16.นส.อัยลดา ชินวัฒน์
17.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ
18.นายมั่นคง เสถียรถิระกุล
19.นส.อรเก้า ไกยสิทธิ์
20.นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือ นายฐนวัฒน์
รุ่งสิริประเสริฐ
21.นส.สิริรัตน์ สมณาศรี
22.นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์
23.นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย
24.นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์
25.นายภูดิท สุจริตกุล
26.นายวัชรินทร์ ยังให้ผล
27.นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา
28.นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง
29.นายภัทร ฉัตรเจริญสุข
30.นายชยพล พันธุ์แพ
31.นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย
32.นางศศินภา วราพร
33.นายกิตติพล ไววิ่งรบ
34.นายไพศาล เกษมศิรินาวิน
35.นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล
36.นายปฏิณวิช รอดบางยาง
37.นายปรีชา วสุโสภณ
38.นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์
39.นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ
40.นายวรวุฒิ ศรีโสภิต
41.นายพรเดช อุยะนันทน์
42.นางสาวปารณีย์ ชวาลา
