สำหรับเงินสนับสนุนในโครงการฯ ผู้ประกอบการร้านค้าจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ต่อ 1 หมายเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขผู้เสียภาษี โดยได้รับสิทธิเป็นเงินร้อยละ 20 ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่ง พลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ซึ่งจากการประมวลผลข้อมูลของผู้ประกอบการร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ พบว่า ผู้ประกอบการร้านค้าได้รับเงินสนับสนุนเฉลี่ยรายละ 1,210 บาท มีผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดตามสิทธิจำนวน 2,000 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 34,970 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 36 ของผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด และมีผู้ประกอบการร้านค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุน เนื่องจากไม่มีรายการยอดขายจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายในช่วงเวลาที่กำหนด
สำหรับการดำเนินการโอนเงินสนับสนุนดังกล่าว กระทรวงการคลังจะดำเนินการโอนเงินให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าสามารถตรวจสอบยอดเงินรับเข้าบัญชีได้ในวันดังกล่าว และสำหรับกรณีที่กระทรวงการคลังโอนเงินให้ไม่สำเร็จ จะมีการติดตามเพื่อโอนเงิน (Retry) อีก 2 ครั้ง ในวันที่ 30 มกราคม 2569 และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ประกอบการร้านค้าไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการฯ
ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นต่อโลกธุรกิจสมัยใหม่ ทั้งด้านการบริหารจัดการทางการเงิน (Financial Literacy) และทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) เช่น การทำบัญชี การตลาดดิจิทัล การส่งเสริมการขาย การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบกิจการต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงการคลังขอเชิญชวนว่า แม้จะสิ้นสุดโครงการฯ ลงแล้ว ผู้ประกอบการร้านค้าหรือประชาชนที่เล็งเห็นเห็นความสำคัญของการพัฒนาความรู้ทักษะด้วยตนเอง ยังสามารถเข้าร่วมอบรมออนไลน์ในหลักสูตรอื่น ๆ ผ่านช่องทางของธนาคารออมสิน (เว็บไซต์ https://oomtangplus.gsb.or.th) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (https://dbdacademy.dbd.go.th) ตลอดจนพิจารณาขยายช่องทางการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มของตนได้ ผ่านการสมัครเข้าร่วมกับ Food Delivery Platform ได้อย่างต่อเนื่องต่อไป