รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟฟ้าเอกชน สนพ.ชงราคาใหม่ จ่อยกเลิกสัญญา
05 ต.ค. 2569 | titayu_pur

รัฐบาลเล็งรื้อสัญญาซื้อไฟฟ้าเอกชน หลังเจรจาไม่คืบยินยอมแค่ 3% สั่ง สนพ. คำนวณราคาใหม่แบบ Step-down เสนอ กพช. เตือนหากปฏิเสธพร้อมยกเลิกสัญญาทันที
Business
05 ต.ค. 2569 | titayu_pur

รัฐบาลเล็งรื้อสัญญาซื้อไฟฟ้าเอกชน หลังเจรจาไม่คืบยินยอมแค่ 3% สั่ง สนพ. คำนวณราคาใหม่แบบ Step-down เสนอ กพช. เตือนหากปฏิเสธพร้อมยกเลิกสัญญาทันที
KEY
POINTS
5 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าฯ นำโดยสภาพัฒน์ เปิดเผยผลการเจรจาแก้ไข สัญญาซื้อไฟฟ้าเอกชน ล่าสุดเพื่อแก้ปัญหา ค่าไฟ แพง หลังพบผู้ประกอบการตอบรับปรับลดราคารับซื้อลงเหลือ 2.15 บาท/หน่วย เพียง 3% จากกว่า 500 สัญญา เนื่องจากกังวลเรื่องผลตอบแทน รัฐบาลจึงมอบหมายให้ สนพ. เร่งคำนวณอัตราราคารับซื้อใหม่ในรูปแบบ Step-down เพื่อเตรียมเสนอ กพช. พิจารณาร่างสัญญามาตรฐาน และยื่นคำขาดพร้อมใช้สิทธิตามข้อตกลงในการยกเลิกสัญญาทันทีหากเอกชนปฏิเสธการเจรจา
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ครั้งที่ 3/2567 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการเปิดให้ภาคเอกชนตอบรับการแก้ไขปรับเปลี่ยนสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเอกชนที่ตอบรับยินยอมปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐเพียงประมาณ 2-3% เท่านั้น จากจำนวนสัญญาที่เข้าข่ายต้องแก้ไขประมาณ 400-500 สัญญา
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากข้อห่วงกังวลของภาคเอกชนในเรื่องอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าและภาระการลงทุน โดยโครงสร้างราคารับซื้อไฟฟ้าขายส่งเดิมเมื่อรวมค่า Ft อยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อหน่วย แต่เมื่อภาครัฐเสนอปรับลดอัตราราคารับซื้อลงมาอยู่ที่ 2.15 บาทต่อหน่วย จึงมีจำนวนเอกชนที่ยินยอมเข้าร่วมน้อย โดยกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าหลักที่เข้ามาเจรจาในปัจจุบัน ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP), กลุ่ม Non-Firm และกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
“ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเงื่อนไขอย่างรอบคอบแล้ว เอกชนหลายรายได้คืนสัญญาไปก่อนหน้านี้ และยืนยันว่าภาครัฐไม่ได้มีนโยบายกำหนดราคาโดยการตัดการสนับสนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) สำหรับกลุ่มที่ยังคงได้รับสิทธิตามสัญญาเดิมแต่อย่างใด แต่ต้องทบทวนในกลุ่มที่ได้รับสัญญาจากภาครัฐมานาน มีการคืนทุนและได้กำไรไปแล้ว ซึ่งเป็นนโยบายที่มีการทบทวน” นายดนุชา กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กลับไปคำนวณอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าใหม่ เนื่องจากอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอ้างอิงจากฐานราคาประมาณ 6 บาทต่อหน่วย (ฐานปี 2565) โดยให้ สนพ. คำนวณอัตราราคารับซื้อในลักษณะค่อยๆ ปรับลดลง (Step-down) เพื่อใช้เป็นกรอบในการเจรจา โดยยังคงรักษาระดับผลตอบแทน (Return) ที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการเอกชนด้วย
นอกจากนี้ ในส่วนของสัญญาโรงไฟฟ้าที่กำลังจะหมดอายุ หากมีความประสงค์จะเดินเครื่องต่อ จะมีการพิจารณาเป็นรายกรณี (Case-by-case) ว่าควรกำหนดระยะเวลาขยายสัญญาออกไปอีกกี่ปี จากเดิมที่มีเพียงแนวทางให้ขยายสัญญาต่อได้เพียงรอบเดียวแต่ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน โดย สนพ. อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เนื่องจากนโยบายที่เคยผ่านการอนุมัติจาก กพช. ในครั้งก่อนยังขาดความชัดเจนในเรื่องอัตราราคารับซื้อไฟฟ้า
การเสนอ กพช. ในรอบนี้จะจัดทำเป็นร่างสัญญามาตรฐานฉบับใหม่ อัตราราคารับซื้อใหม่ ตลอดจนกำหนดเงื่อนไขในการเจรจาให้มีความชัดเจน ทั้งนี้ ภาครัฐยังคงถือสิทธิตามข้อกำหนดในสัญญา (Clause) ที่สามารถยกเลิกสัญญาได้ ซึ่งหาก กพช. เห็นชอบกรอบนโยบายใหม่แล้ว แต่เอกชนยังคงปฏิเสธไม่เข้าร่วมเจรจา ภาครัฐจะดำเนินการยกเลิกสัญญาตามข้อกำหนดเดิมทันที ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายอย่างเด็ดขาดที่จะดำเนินการต่อไป