เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION: ช็อก! วิจัยชี้ "เครียดจากงาน" คร่าชีวิต ปีละ 8 แสนคน?

11 พ.ค. 2569

OPINION: ช็อก! วิจัยชี้ "เครียดจากงาน" คร่าชีวิต ปีละ 8 แสนคน?

วันจันทร์มาถึงอีกแล้วสินะ ไม่อยากไปทำงานเลย! คงมีใครคิดแบบนี้อยู่ในเช้าวันนี้หลังตื่นแน่ ๆ แต่ต่อให้ไม่อยากตื่นคุณก็ต้องลุกมาอาบน้ำแต่งตัว ไป “ทำงาน” อยู่ดีสินะ ใช่ค่ะ...บางคนเลือกไม่ได้ เพราะ งานคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต!?

แต่พลอยอ่านเจอรายงานชิ้นนึง ที่อ่านแล้วแอบชะงักไปแป๊บนึง เพราะมันยิ่งยืนยันประโยคที่เคยได้ยินว่า “งานที่เราทำ อาจเป็นสิ่งที่พรากทั้งชีวิตเราไป” ไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่พูดกันเล่นๆ แต่คือเรื่องจริง ที่น่าตกใจคือ “งาน” อาจกำลัง “พรากชีวิตคนบนโลกใบนี้ ไปถึงปีละเป็นเกือบล้านคน!?!?

ตัวเลขจากรายงานของ International Labour Organization ระบุว่า มีคนเสียชีวิตมากกว่า 840,000 คนต่อปี จากปัญหาสุขภาพที่เชื่อมโยงกับ "ความเครียดในที่ทำงาน" และคำว่า "ความเครียด" ในที่นี้ ไม่ใช่แค่ปริมาณงานที่เยอะ หรือเพราะหัวหน้าดุ แต่มันรวมถึงสิ่งที่เรียกว่า "psychosocial risks" หรือ ความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่กระทบทั้งจิตใจและชีวิตเรา

อย่างเช่น ทำงานในชั่วโมงที่ยาวนานเกินไป งานไม่มั่นคง โดนกดดัน โดนบูลลี่ หรือแม้แต่ความรู้สึกว่า “ทำไปก็ไม่คุ้มค่า”

ลองนึกภาพตามนะคะ ถ้างานคือที่ที่เราต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต แต่ทุกวันที่เข้าไปกลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน

มันไม่ได้แค่ทำให้ “เหนื่อย” แต่มันค่อย ๆ กัดกินทั้งร่างกายและใจแบบเงียบ ๆ

รายงานนี้ชี้ชัดเลยว่าความเสี่ยงจากงาน เชื่อมโยงโดยตรงกับ โรคหัวใจและหลอดเลือด ปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการจบชีวิตตัวเอง

ซึ่งพออ่านถึงตรงนี้ พลอยว่ามันแรงมากนะ เพราะมันแปลว่า สิ่งที่เรามองว่า “เป็นเรื่องงาน” จริง ๆ แล้วมันกำลังกลายเป็น "เรื่องชีวิต"

อีกตัวเลขที่น่าคิดมาก คนทั่วโลกประมาณ 35% ทำงานเกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และข้อมูลจาก World Health Organization บอกว่า ถ้าทำงานเกิน 55 ชั่วโมง/สัปดาห์ ความเสี่ยงเป็น "Stroke" เพิ่มขึ้น 35% และเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 17%

พลอยอ่านตรงนี้แล้วแอบสะดุ้งต่อนิดนึง เพราะหลายคนมีแนวคิดที่มองว่า "ทำงานหนัก = เรื่องปกติ" หรือบางที บางคนบอกว่า "ยิ่งเหนื่อย ยิ่งเก่ง" แต่ร่างกายเราอาจไม่ได้คิดแบบนั้นเลย

และมันไม่ได้จบแค่ในออฟฟิศ เพราะความเครียดจากงาน มันไหลไปกระทบพฤติกรรมชีวิตเราแบบไม่รู้ตัว สูบบุหรี่เพิ่ม ดื่มมากขึ้น กินเยอะขึ้น ไม่ออกกำลังกาย นอนแย่ลง สุดท้าย มันกลายเป็นวงจรที่ทำให้สุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ

อีกเรื่องที่งานวิจัยนี้แตะถึงคือเรื่อง "การถูกบูลลี่ในที่ทำงาน" ข้อมูลบอกว่า คนทำงานทั่วโลกถึง 23% เคยเจอความรุนแรงหรือการคุกคามในชีวิตการทำงาน และส่วนใหญ่เป็น "ความรุนแรงทางจิตใจ" ซึ่งมันไม่เห็นเป็นแผล แต่ทิ้งรอยไว้ลึกมาก

สิ่งที่น่าสนใจคือ โลกการทำงานตอนนี้กำลังเปลี่ยนเร็วมาก ทั้ง AI การทำงานทางไกล ระบบงานใหม่ ๆ มันอาจทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น แต่ในอีกมุม ก็สร้าง “ความกดดันรูปแบบใหม่” ขึ้นมาด้วย

รายงานนี้ไม่ได้แค่บอกปัญหาแต่ยังบอกทางออกไว้ด้วย องค์กรต้องเริ่มมองว่า สุขภาพจิตของคนทำงาน ไม่ใช่ "เรื่องส่วนตัว" แต่เป็น "ความรับผิดชอบร่วมกัน" เช่น จัดการ workload ให้เหมาะสม ทำให้บทบาทงานชัดเจน มีระบบ support และไม่ทำให้คนรู้สึกผิดที่ต้องขอความช่วยเหลือ

แต่ในมุมของเราเอง พลอยว่าเรื่องนี้ทำให้ต้องกลับมาถามตัวเองสักครั้งว่า งานที่เราทำอยู่กำลังดูแลชีวิตเรา หรือกำลังค่อย ๆ ทำลายชีวิตเรากันแน่ บางทีเราอาจต้องเริ่ม "ฟังตัวเองให้มากขึ้น"

"งานควรเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่ค่อย ๆ เอาชีวิตเราไป" และในโลกที่ทุกคนกำลังวิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ บางทีสิ่งที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การพาชีวิตเดินไปให้ไกลที่สุดเพื่อความสำเร็จ แต่คือ การเดินไปให้ได้นานโดยที่เรายังไม่พังกลางทาง

พลอยขอส่งบทความนี้เป็นแรงใจให้กับคนที่ทำงานหนักอยู่ตอนนี้นะคะ อย่าลืมรักและเคารพเสียงหัวใจตัวเองบ้าง

อ้างอิง : Work is killing 840,000 people a year, and stress is mainly the cause, UN report finds