เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : “Flydubai” ก่อการร้ายระทึกโลก หรือ 'สคริปต์ลวงโลก' หวังผลเลือกตั้งอิสราเอล?

03 ต.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

ARTICLE : “Flydubai” ก่อการร้ายระทึกโลก หรือ 'สคริปต์ลวงโลก' หวังผลเลือกตั้งอิสราเอล?

เรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่นอกจากจะต้องระวัง AI แล้ว ยังต้องฉุกคิดก่อนจะเสพข่าวใหญ่ระดับโลกด้วย เมื่อเริ่มมีการตั้งคำถามว่า เหตุจี้เครื่องบิน Flydubai ที่จบลงอย่างสวยงามพร้อมการแจ้งเกิดของวีรบุรุษนั้น เป็นการพยายามก่อการร้ายจริงๆ หรือเป็นเพียง "Story ลวงโลก" กันแน่?

เหตุการณ์ระทึกขวัญบนเครื่องบินพาณิชย์ Flydubai เที่ยวบิน FZ1073 ซึ่งทางการอิสราเอลระบุว่า "เกือบจะซ้ำรอยเหตุวินาศกรรม 9/11" กำลังตกเป็นเป้าแห่งการตั้งคำถามจากสื่อยักษ์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน และโซเชียลมีเดียทั่วโลก แม้กระทั่งอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเอ่ยปากว่าเหตุการณ์นี้ "มีความน่าเหลือเชื่ออยู่หลายประการ"

 

แน่นอนว่า กุญแจสำคัญที่จะไขปริศนานี้คือ "กล่องดำ" (Flight Recorder) ที่ประกอบด้วยเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน (FDR) และเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน (CVR) รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนร่วมกันของสหรัฐฯ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย และอิสราเอล 

🔵[ข้อเท็จจริงที่ถูกนำเสนอ (The Official Narrative)] 

รายงานเบื้องต้นระบุว่า เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสาร 174 คน (เป็นเด็ก 27 คน และพลเมืองอิสราเอล 150 คน) พร้อมลูกเรือ 6 คน เหตุการณ์ปะทุขึ้นเมื่อ สมิต มัชชาร์ (Smit Machchhar) กัปตันชาวอินเดีย ถูกนักบินผู้ช่วยชาวโอมาน (ไม่เปิดเผยชื่อ) ใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่ศีรษะและมือทั้งสองข้างจนเป็นแผลฉกรรจ์เกือบขาด แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่กัปตันยังมีสติและฮึดสู้ปลดล็อกประตูห้องนักบินเพื่อให้ผู้โดยสารเข้ามาช่วย โดยเขาสวดมนต์และพร่ำบอกตลอดเวลาว่า "ผมมีลูก 2 คน"

 

วีรบุรุษในเหตุการณ์นี้คือ โชตา มูซาเอฟ ทันตแพทย์ที่เข้ามาช่วยห้ามเลือดให้กัปตัน และ ยานิฟ ช่างประปาชาวอิสราเอล ซึ่งร่วมขัดขวางผู้ก่อเหตุและช่วยบังคับเครื่องบินในเบื้องต้น ก่อนที่นักบินสำรองจะเข้ามาควบคุมเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่ซาอุดีอาระเบียได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้ก่อเหตุถูกทางการซาอุฯ ควบคุมตัวทันที

🔵[จุดพิรุธ: เมื่อโลกออนไลน์และผู้เชี่ยวชาญ 'จับโป๊ะ'] 

แม้เรื่องราวจะจบลงราวกับบทภาพยนตร์ฮอลลีวูด แต่นักบินมากประสบการณ์ สื่อใหญ่ และชาวเน็ต ต่างชี้เป้าไปที่จุดผิดสังเกตหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องกฎฟิสิกส์ ความปลอดภัย และความสมเหตุสมผลทางการเมือง

 

▪️ต้านกฎฟิสิกส์ (G-Force): ตอนที่เครื่องบินดิ่งหัวจากระดับความสูงเกือบ 40,000 ฟุต ลงมาที่ 14,000 ฟุต ในเวลาไม่ถึง 1 นาที ร่างกายจะต้องเผชิญแรงจี (G-Force) มหาศาล แต่ภาพที่ปรากฏกลับพบว่าผู้โดยสารยังเดินไปมาได้ สิ่งของไม่ปลิวคว้าง และที่น่าประหลาดใจคือมีผู้โดยสารถึง 2 คนยืนถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอได้นิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ ระบบหน้ากากออกซิเจนที่ต้องตกลงมาโดยอัตโนมัติกลับไม่ทำงาน และลูกเรือประจำเครื่องก็หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา

▪️ระบบรักษาความปลอดภัยสุดหละหลวม: นักบินผู้ก่อเหตุสามารถนำ "มีดขนาดใหญ่" ที่ใช้ฟันคนจนบาดเจ็บสาหัส เล็ดลอดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยระดับสนามบินขึ้นเครื่องไปได้อย่างไร?

▪️ปมการทูตอิสราเอล-โอมาน: โอมานไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ตามข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ปี 2020 มีข้อกำหนดห้ามไม่ให้นักบินโอมานเข้าประเทศอิสราเอล คำถามคือ นักบินรายนี้มีกำหนดการบินเข้าอิสราเอลได้อย่างไร?

▪️ฮีโร่ช่างประปา และการโปรโมตทางการเมือง: ผู้ที่เข้าไปคุมสถานการณ์กลับกลายเป็น "ช่างประปา" (แม้บนเครื่องจะมีนักบินนอกหน้าที่ถึง 2 คน) และที่น่าตกใจคือ หลังเกิดเหตุถึง 8 ชั่วโมง ช่างประปารายนี้ยังคงสวมเสื้อผ้าเปื้อนเลือด นั่งพูดคุยภาษาอังกฤษกับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างสบายอารมณ์ หลายคนมองว่าสถานการณ์ที่จบลงอย่างงดงามนี้ "ประจวบเหมาะ" กับช่วงก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ของอิสราเอล (27 ตุลาคม) อย่างเหลือเชื่อ 

 

🔵[สื่อใหญ่จำลองการบิน ชี้โครงสร้างเสี่ยงฉีกขาด] 

รายการ CNN OutFront ได้เชิญ แอรอน เมอร์ฟี นักบินพาณิชย์และครูฝึกการบิน มาจำลองเหตุการณ์ผ่านระบบ Flight Simulator ผลวิเคราะห์ชี้ว่า หากเครื่องบินดิ่งลงด้วยความเร็วและองศาตามรายงานจริง ตัวเครื่องจะต้องเผชิญสภาวะแรงบีบอัดมหาศาล ซึ่งเข้าใกล้ขีดจำกัดสูงสุดของโครงสร้างเครื่องบิน (Structural Limits) และสุ่มเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้ตัวเครื่องฉีกขาดกลางอากาศ (อย่างไรก็ตาม CNN ระบุว่าหากเป็นการลดระดับจาก 34,000 ฟุต ลงมา 16,000 ฟุต ใน 2 นาที ก็ยังอยู่ในขีดจำกัดที่โครงสร้างรับไหว

 

ด้าน ABC News ได้สอบถาม พันเอกสตีฟ แกนยาร์ด อดีตนักบินขับไล่นาวิกโยธิน ซึ่งอธิบายเสริมว่า "มันเหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะ ด้วยแรงโน้มถ่วงระดับ 4G อาจทำให้ปีกหักได้ เครื่องบินลำนี้ดิ่งหัวปักพื้นด้วยความเร็ว 600 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ผู้โดยสารกลับสามารถดึงคันบังคับและเชิดหัวเครื่องขึ้นได้โดยที่ไม่มีชิ้นส่วนใดเสียหายนอกจากหางเสือ... การบินผาดโผนในสภาวะเช่นนั้นโดยที่เครื่องบินไม่พัง ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก" 

 

🔵[ทรัมป์ชี้ 'ผิดปกติอย่างยิ่ง'] 

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐฯ ได้ร่วมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของนักบินผู้ช่วยชาวโอมาน โดยมองว่าการจู่โจมกัปตันอย่างอุกอาจและพยายามบังคับเครื่องให้ตก เป็นพฤติกรรมที่ "ผิดปกติอย่างยิ่ง" สำหรับนักบินพาณิชย์ พร้อมทิ้งท้ายว่าผู้ก่อเหตุ "อาจเป็นผู้ก่อการร้าย คนวิกลจริต หรืออาจมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง!"

 

ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงทั้งหมดอาจซ่อนอยู่ในกล่องดำที่จะเป็นตัวตัดสินว่า นี่คือการก่อการร้ายที่ถูกสกัดกั้นได้ทันท่วงที หรือเป็นเพียงเรื่องแต่งทางการเมืองระดับโลกที่ถูกเขียนสคริปต์มาอย่างแยบยล!

ข่าวล่าสุด