ปัญหาหลักที่ทำให้งานวิจัยเรื่อง IF ยากจะนำมาเปรียบเทียบกันได้คือปัจจุบันยังไม่มี ‘วิธีมาตรฐาน’ ของการทำ IF ส่งผลให้การสรุปผลจากสายธารงานวิจัยไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
การศึกษาดังกล่าวติดตามผลต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้คือกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้วิธี IF สามารถลดน้ำหนักได้ราว 3.6% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม ขณะที่น้ำหนักของกลุ่มที่จำกัดปริมาณแคลอรีไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ กลุ่มคนที่ทำ IF ระบุว่าสามารถทำตามแผนที่ตั้งใจไว้ได้ง่ายกว่ากลุ่มที่ลดปริมาณแคลอรี นอกจากนี้ ทั้งสองกลุ่มที่เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารยังมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ลดลงโดยไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรง
ส่วนผลลัพธ์เรื่องการลดไขมัน ลดความดันโลหิต ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง การศึกษาชี้ว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับการลดน้ำหนักวิธีอื่นๆ กล่าวคือผลลัพธ์เหล่านี้คือพลอยได้จากการที่น้ำหนักตัวลดลง ไม่ใช่ความอัศจรรย์ของการทำ IF แต่อย่างใด
ขณะที่การชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์หรือที่หลายคนตีความว่าเป็นการชะลอวัยนั้น งานวิจัยยอดนิยมที่ถูกใช้อ้างอิงอย่างแพร่หลายในบทความภาษาไทยอย่างงานวิจัยของวิทยาลัยสาธารณสุขแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard T.H. Chan School of Public Health) เป็นการศึกษากลไกการเสื่อมถอยของเซลล์ในหนอนตัวกลม (C. elegans) ส่วนงานวิจัยอื่นๆ ก็มักทำในกลุ่มหนูทดลองซึ่งการอดอาหารสามารถช่วยยืดอายุได้จริง แต่ยังไม่มีการศึกษาชิ้นไหนทดลองในมนุษย์
แล้วตกลงว่าการทำ IF ดีหรือไม่
หากจะกล่าวอย่างเคร่งครัดโดยอิงจากงานวิจัยในปัจจุบัน คงจะสรุปได้แค่ว่า IF ไม่ใช่ทั้งกระสุนวิเศษ แต่ก็ไม่ใช่แค่กระแสนิยม โดย IF เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีเด่นกว่าการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การควบคุมอาหาร หรือการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเรื่อง IF ยังมีข้อจำกัดเรื่องกรอบเวลา โดยแทบไม่มีงานวิจัยชิ้นใดที่ทดสอบเป็นเวลาเกินหนึ่งปี เราจึงยังไม่มีคำตอบเรื่องผลลัพธ์ในระยะยาว
ส่วนในแง่ผลข้างเคียงระยะสั้นจากการทำ IF ก็นับว่าไม่รุนแรง โดยการศึกษาระบุว่าผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการทำ IF บางรายรู้สึกหิว อยากอาหาร ไม่สบายตัว และวิงเวียนในช่วงที่งดการรับประทานอาหาร รวมถึงการบริโภคที่มากเกินไปหลังจากหมดช่วงเวลาที่อดอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้แทบจะเป็นเรื่องปกติที่ผู้ลดน้ำหนักต้องเผชิญไม่ว่าจะเลือกลดด้วยวิธีใดก็ตาม
ข้อควรระวังคือกลุ่มเด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ให้นมบุตร และผู้สูงอายุไม่ควรทำ IF ส่วนผู้ป่วยโรคประจำตัวไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคที่ต้องทานยาเป็นประจำก็ควรปรึกษาแพทย์ว่าสามารถทำ IF ได้หรือเปล่า เพราะการอดอาหารเป็นเวลานานอาจเป็นอันตรายได้หากผู้ป่วยทานยาบางชนิดหรือเป็นโรคบางอย่าง
การควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ย่อมดีต่อสุขภาพ ส่วนเหล่าคนที่น้ำหนักเกินเกณฑ์จะเลือกลดน้ำหนักด้วยการทำ IF การควบคุมปริมาณอาหาร หรือการออกกำลังกาย สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก ความสบายใจ และสภาพร่างกายของแต่ละคน