svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Exclusive

ภูมิใจนายบุรีรัมย์ “โสภณ” ฟื้นที่มาฉายา “โส ซาเล้ง” ครูบ้านนอกตามรอยปู่ชัย

05 มี.ค. 2569

เจาะชีวิตครูบ้านนอก “โสภณ ซารัมย์” เผยที่มาฉายา “โส ซาเล้ง” ศิษย์เอกปู่ชัย ขุนพลคู่บารมีครูใหญ่บุรีรัมย์

5 มีนาคม 2569 ศิษย์เอกปู่ชัย โสภณ ซารัมย์ เต็งหามประธานสภาฯ ผู้แทน 7 สมัยขวัญใจคนบุรีรัมย์ เป็นแม่ทัพอีสานกลางทำยอด สส.เข้าเป้า

 

คนสู้ชีวิต โสภณถีบซาเล้งส่งตัวเองเรียนหนังสือจนเรียนจบ วค. ได้เป็นครูบ้านนอก จึงไม่ปฏิเสธ หากใครจะตั้งฉายาโส ซาเล้ง

 

วันที่ 5 มี.ค.2569 อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พา สส.พรรคภูมิใจไทยเข้ารายงานตัวต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

 

นักข่าวสภาฯ ต่างโฟกัสไปที่ “โสภณ ซารัมย์” สส.บุรีรัมย์ เพราะมีชื่อเป็นแคนดิเดตประธานสภาฯ เขาตอบแบบยิ้มๆว่า “รอให้เขาเลือกก่อน”

 

ย้อนไปสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน “ชัย ชิดชอบ” ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา เมื่อ 15 พ.ค.2551

 

ปลายปี 2552 “ปู่ชัย” ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนประจำรัฐสภาว่า “ตลกเฒ่าร้อยเล่ห์” เพราะการทำหน้าที่ประธานสภาฯ มีลูกล่อลูกชนและมีมุกตลกแพรวพราว ลดความตึงเครียดในที่ประชุมเสมอ

 

อีกด้านหนึ่ง “ปู่ชัย” เป็นผู้นำการชักฟืนออกจากกองไฟ โดยอาศัยประสบการณ์ไหวพริบ จัดการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งในสภาฯ ไม่ยึดตัวหนังสือและข้อกฎหมายที่บางครั้งแข็งกระด้างเกินไป

 

หาก “โสภณ ซารัมย์” ได้รับตำแหน่งประมุขสภาฯ จะทำหน้าที่ได้ดีเท่าปู่ชัยหรือไม่ ก็ต้องลุ้นกันในสภาฯชุดนี้ ที่มีพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน 
 

ชีวิตบ้านบ้านของโสภณ ซารัมย์ สมัยวัยหนุ่มเคยถีบซาเล้ง

 

ที่มาของฉายา “โสซาเล้ง”
 

“โสภณ” สส.บุรีรัมย์ 7 สมัย ห่างหายไปจากตำแหน่ง “รัฐมนตรี” นานนับสิบปี ทั้งสมัยรัฐบาลประยุทธ์ (รอบสอง) รัฐบาลเศรษฐา และรัฐบาลแพทองธาร

 

กระทั่งปลายปีที่แล้ว ได้เกิดปรากฏการณ์ “ส้มหลงเหลี่ยม” โหวตอนุทินเป็นนายกฯ จึงทำให้ “ครูโสภณ” กลับมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

 

สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โสภณเป็น รมช.คมนาคม และรัฐบาลอภิสิทธิ์ “เนวิน” ประเคนเก้าอี้รัฐมนตรีคมนาคม ให้ครูบ้านนอกคนดัง

 

ผู้สื่อข่าวทำเนียบตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2552 โดยครูโสภณ ได้ฉายา “ภูมิใจ นาย”

 

ที่มาของฉายานี้ นักข่าวทำเนียบอธิบายว่า เนื่องจากเป็นคนสนิทของ เนวิน ชิดชอบ จึงได้รับความไว้วางใจให้คุมกระทรวงเกรดเอ และการเสนอโครงการเป็นไปตามใบสั่ง “นาย” แทบทุกโครงการ

 

อีกฉายาหนึ่งที่มีสื่อบางสำนักล้อเลียนครูโสภณคือ “โส ซาเล้ง” เพราะตอนนั้น มีเหตุการณ์รถไฟตกรางในพื้นที่ภาคใต้ นักข่าวจึงสอบถามเรื่องดังกล่าว

 

ครูโสภณตอบว่า เรื่องรถไฟอาจไม่ตรงกับความสามารถของตน แต่ถ้าถามเรื่อง “ซาเล้ง” ค่อยมาว่ากัน

 

คอลัมนิสต์การเมืองสมัยนั้น จึงนำวลี “โส ซาเล้ง” มาเรียกขานแทนชื่อโสภณ ซารัมย์ ทั้งที่ในความเป็นจริง คำพูดที่ว่า “ถามเรื่องซาเล้งค่อยมาว่ากัน” นั้น เป็นเรื่องจริงในวัยหนุ่มของครูโสภณ

 

สมัยเรียนวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ โสภณเป็นคนสู้ชีวิต จึงถีบ “ซาเล้ง”(สามล้อถีบ) หารายได้เสริม จนเรียนจบและรับราชการครูมาแต่วัยหนุ่ม

ผู้รับมรดกการเมืองปู่ชัย
 

ด้วยเหตุที่บิดา “โสภณ” เป็นกำนัน จึงสนิทกับกำนันชัย และฝากฝังครูโสภณให้มารับใช้ครอบครัวชิดชอบ ทำให้ปู่ชัยรักใคร่โสภณเสมือนลูกชายคนหนึ่ง

 

ครูโสภณเริ่มต้นการเมืองในปี 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคชาติไทย ก่อนย้ายไปพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน

 

โสภณเป็นขุนพลคู่กายเนวิน นำทัพกลุ่ม สส.อีสาน 20 คนแหกค่ายทักษิณมาตั้งพรรคภูมิใจไทย ซึ่งครั้งหนึ่ง นายกฯ อภิสิทธิ์ จะเดินทางเยี่ยมตระกูลชิดชอบที่บุรีรัมย์

 

โดยฝีมือการจัดการของครูโสภณ คนเสื้อแดงบุรีรัมย์ไม่กล้าเข้ามาปิดบ้านชิดชอบ โดยอ้างว่า อภิสิทธิ์เป็นมือปราบเสื้อแดง สไตล์ครูโสภณเป็นคนจริง ไม่เคยกลัวเสื้อแดงอีสาน จึงไม่มีเสื้อแดงกลุ่มไหนมายุ่งกับตระกูลชิดชอบ

 

การเลือกตั้ง สส.บุรีรัมย์ ปี 2569 ครูโสภณ ได้รับชัยชนะที่เขต 5 อ.นาโพธิ์ อ.พุทไธสง ด้วยคะแนนทิ้งห่างอันดับ 2 ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม 4 หมื่นคะแนน

 

นอกจากนี้ ครูโสภณยังเป็นแม่ทัพอีสานกลางพา สส.กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และขอนแก่น เข้าสภาได้ 8 คน

 

วันนี้ “โส ซาเล้ง” หนุ่มบุรีรัมย์สู้ชีวิตด้วยการถีบสามล้อรับจ้าง ไม่เคยอายที่จะบอกว่า ตนถนัดเรื่องถีบซาเล้ง และอีกไม่นาน เขาจะได้นั่งประมุขรัฐสภา เหมือนปู่ชัย ผู้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาการเมืองให้เขา 
 

ครูโสภณ กำลังจะเดินตามรอยปู่ชัย ในตำแหน่งประมุขสภาฯ