นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการการคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากคนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นสีแดงเข้ม จำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจคัดกรองที่เข้มงวด และขณะนี้ในจุดที่เป็นเส้นทางเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทางสายการบิน ที่สนามบิน และทางบกที่สถานีขนส่ง รวมไปถึงสถานีรถไฟ และตามถนนสานหลัก ที่ได้มีการตั้งจุดตรวจที่จะสามารถคัดกรองผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ โดยต้องให้ดำเนินการลงทะเบียน CM-CHANA
ส่วนในกรณีที่เป็นผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนมีภูมิคุ้มกันตามหลักทางการแพทย์ก็สามารถเดินทางเข้าได้ แต่ในกรณีที่ยังไม่ได้รับวัคซีน นอกจากการลงข้อมูลใน CM-CHANA เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามสังเกตคอยดูอาการแล้ว ตอนนี้จำเป็นที่จะต้องมีการ Swab โดยมีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางเข้ามา โดยการตั้งจุดตรวจ Swab ที่สนามบิน , สถานีขนส่งอาเขต โดยสามารถรับผู้เดินทางเข้ามาในเส้นทาง รวมไปถึงผู้เดินทางเข้ามาด้วยเส้นทางรถไฟ และรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งในจุดนี้ก็ได้รับการสนับสนุน และมีการคุมเข้มตั้งจุดตรวจ จุด Swab ให้กับผู้เดินทางเพื่อให้มาตรการในเรื่องของการคัดกรองผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเป็นไปด้วยความเข้มข้น
อย่างไรก็ตามในส่วนของระบบนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ ทีมงานโควิด ตำบล หมู่บ้าน และชุมชน เข้าทำการตรวจสอบในลักษณะดับเบิลเช็คอีกรอบในกรณีที่มีการหลุดรอดจากระบบมาตรการที่กำหนดไว้ ซึ่งทางทีมงานโควิด ตำบล หมู่บ้าน และชุมชน ก็จะมีหน้าที่ในการดับเบิลเช็คให้อีกรอบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบหากมีกรณีผู้หลบซ่อน หรือปกปิดข้อมูลเข้ามาอยู่ในพื้นที่ และในขณะเดียวกัน ในคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดให้เจ้าบ้าน เจ้าของโรงแรม รวมไปถึงผู้ให้ที่พักอาศัยกับผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จำเป็นที่จะต้องให้รายงานข้อมูลผู้เข้าพักให้กับทางจังหวัดด้วย ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการดำเนินการเข้มข้น และหากในกรณีที่ไม่ได้มีการปฏิบัติตามที่กล่าวมาถึงแม้จะเป็นผู้ป่วยก็จะต้องถูกดำเนินคดี รวมไปถึงเจ้าบ้านหรือผู้ให้ที่พักอาศัยก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย