เนชั่นทีวี

ภูมิภาค

รองผู้ว่าเชียงใหม่แจงยังไม่สรุปปรับสูตรฉีดวัคซีนสลับชนิด

13 ก.ค. 2564 | nisanath_kun

รองผู้ว่าเชียงใหม่แจงยังไม่สรุปปรับสูตรฉีดวัคซีนสลับชนิด

เชียงใหม่ – รองผู้ว่าฯ แจงการปรับสูตรฉีดวัคซีนสลับชนิด อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการจัดสรรวัคซีนยังไม่มีข้อสรุป ระบุการบริหารจัดการต้องมีความละเอียดเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ขณะที่ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต้องได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสทันที

            เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบ ฉีดวัคซีนโควิด-19 สลับชนิด โดยเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค เข็มที่ 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้า   ซึ่งมีระยะห่างกัน 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์เดลต้า โดยให้โรงพยาบาลทุกแห่งดำเนินการได้ทันทีนั้น

             จากเรื่องดังกล่าวนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่อยู่ระหว่างรอหนังสือคำสั่งจากกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ทางสำนักงานสาธารณสุขนำเรื่องนี้ไปพิจารณา ขณะนี้ทางคณะกรรมการจัดสรรวัคซีนอยู่ระหว่างการประชุมหารือในกรณีดังกล่าวและยังไม่มีข้อสรุปออกมา ว่าจะมีการปรับการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนและกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์อย่างไร

           จากปริมาณวัคซีนแอสตร้าเซนก้าที่ทางจังหวัดได้รับมามีไม่มากนัก การบริหารจัดการพิจารณาวัคซีน   จึงต้องดำเนินการอย่างละเอียดและรอบครอบ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ในความคิดเห็นส่วนตัว มองว่าผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลย อย่างน้อยได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มแรกก่อนจะช่วยให้มีภูมิป้องกันได้บ้าง


รองผู้ว่าเชียงใหม่แจงยังไม่สรุปปรับสูตรฉีดวัคซีนสลับชนิด

           สำหรับการตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยังคงตั้งไว้ทั้ง 2 จุด โดยที่ด่าน อ.สารภี จะเป็นด่านหน้าในการให้รถยนต์ลงทะเบียน CM-CHANA ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินทางมาถึงด่านดอนจั่น ซึ่งเป็นด่านที่จะทำการตรวจเช็คความเรียบร้อยในการลงทะเบียน หากพบว่ายังไม่ลงทะเบียน จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะให้ไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่บริเวณสถานนีขนส่งแห่งที่ 3 ขณะเดียวกันด่านคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยังได้มีการตั้งไว้บริเวณรอยต่อในชุมชนที่เป็นเส้นทางสายรองเพื่อตรวจคัดกรองอีกชั้นหนึ่ง หากผ่านเข้ามาบริเวณด่านชุมชน จะต้องไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลในพื้นที่

 

         จังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการในการป้องกันการนำเข้าเชื้ออย่างเข้มงวด โดยตั้งจุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งผู้ที่เดินทางผ่านมาทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ สถานีขนส่งเชียงใหม่ และสถานีรถไฟ โดยจะได้รับการตรวจหาเชื้อทุกราย ยกเว้นผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม หรือ ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม ไม่น้อยกว่า 14 วัน

 

          สำหรับผู้ที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัว จากเดิมที่ให้ลงทะเบียน CM-CHANA และให้ไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเอง ขณะนี้ได้ปรับมาตรการให้รถยนต์ที่ลงทะเบียน CM-CHANA แล้ว ไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สถานีขนส่งแห่งที่ 3 รองผู้ว่าเชียงใหม่แจงยังไม่สรุปปรับสูตรฉีดวัคซีนสลับชนิด

ข่าวล่าสุด