สุดเศร้าลูกเร่งเผาแม่ป่วยมะเร็ง-ชาวบ้านผวาโควิด-19
12 ก.ค. 2564 | supee

แพร่ - สุดเศร้าใจ ลูกสาวเร่งเผาศพแม่ วัย 64 ปี ป่วยโรคมะเร็งนานเกือบ 20 ปี อยากกลับมาตายที่บ้านเกิด ชาวบ้านผวา หวั่นเป็นโควิด-19 เหตุมาจาก จ.สมุทรปราการ พื้นที่เสี่ยง
ภูมิภาค
12 ก.ค. 2564 | supee

แพร่ - สุดเศร้าใจ ลูกสาวเร่งเผาศพแม่ วัย 64 ปี ป่วยโรคมะเร็งนานเกือบ 20 ปี อยากกลับมาตายที่บ้านเกิด ชาวบ้านผวา หวั่นเป็นโควิด-19 เหตุมาจาก จ.สมุทรปราการ พื้นที่เสี่ยง
โดย กัญญสร ถิ่นทิพย์
เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิพรานพิทักษ์ จุดอำเภอร้องกวาง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ อสม.ทุ่งศรี ขอความช่วยเหลือนำร่างผู้เสียชีวิต ไปทำการฌาปนกิจศพ เนื่องจากเป็นผู้กลับมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 และหวั่นการติดเชื้อโควิด-19 โดยได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร้องกวาง ร่วมกับแพทย์เวร เจ้าหน้าที่ อสม. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิพรานพิทักษ์ร้องกวาง จุดอำเภอร้องกวางและได้ส่งมอบร่างให้กับทางครอบครัวเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา แต่เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดผวา เพราะว่ามาจาก จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเป็นไปตามประกาศของจังหวัดแพร่ ทำให้ไม่มีคนกล้ามาช่วยเหลืองานศพ รวมถึงพระภิกษุสงฆ์ไม่ยอมมาสวด ทางญาติจึงตัดสินใจ ทำการเผาในวันรุ่งขึ้น
ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิพรานพิทักษ์ จุด.อำเภอร้องกวาง เข้าพื้นที่พร้อมแต่งกายชุด PPE ยังบ้านเลขที่ 5/3 หมู่ 4 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ซึ่งเป็นร่างของนางพรรษา (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างของผู้เสียชีวิต ทำการฌาปนกิจศพ ณ ฌาปนสถานบ้านทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ โดยไม่มีพระภิกษุสงฆ์สวดส่ง และไม่มีพิธีประกอบพิธีทางศาสนาใดๆ มีเพียงญาติ และเจ้าหน้าทีกู้ภัย ไม่กี่คน
สอบถามซึ่งได้รับคำยืนยันจากลูกสาวผู้เสียชีวิตว่าผู้เสียชีวิต เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่เป็นโรคมะเร็ง ทำการรักษาตัวมาเกือบ20 ปี ซึ่งตนเองทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ และได้พาแม่ไปรักษาอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ และพึ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียง 14 วัน ซึ่งในระหว่างที่ทำการรักษาอยู่ทางโรงพยาบาลได้ทำการตรวจโรคโควิด-19 แล้ว ไม่พบ โดยล่าสุดแม่เริ่มมีอาการไม่กินข้าว ร่างกายเริ่มอ่อนแรง และแม่อยากกลับมาบ้าน ตนเองได้ประสานมายังผู้นำและอสม.ในพื้นที่ ว่าจะกลับบ้านล่วงหน้าแล้ว ตนเองจึงขับรถออกที่บ้านกลับมากับแม่เพียง 2 คน
โดยระหว่างทางแวะเพียงลงเข้าห้องน้ำและเติมน้ำมันที่ปั๊ม แม่ไม่ได้ลงรถ เติมน้ำมันก็ใช้สแกน ไม่ได้มีสัมผัส และเดินทางมาถึง จ.แพร่ เวลาประมาณ 20.00 น.ต่อมาแม่เสียชีวิต เวลา 21.00 น. เพื่อความสบายใจของชาวบ้านและไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของแม่ จึงตัดสินใจให้ทำการเผาศพแม่เลย และตนเองได้ทำใจยอมรับสถานการณ์ตอนนี้แล้ว แต่ต่อจากนี้ตนต้องกักตัวตามกำหนด ตามคำสั่งของจังหวัดแพร่ ต่อไป
ประธาน อสม.หมู่ที่ 4 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ กล่าว สำหรับ ผู้เสียชีวิตรายนี้ ได้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง คือ จ.สมุทรปราการ ซึ่งทาง อสม. ได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าจะเข้าพื้นที่ ซึ่งได้เดินทางมาถึงประมาณ 20.00 น. และต่อมาเวลา ประมาณ 21.00 น.ได้เสียชีวิต ซึ่งได้แจ้งให้กับผู้นำหมู่บ้าน และทางอำเภอทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นผู้ตายป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก ได้ทำการรักษามานานแล้ว และทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ทำการตรวจสอบกับโรงพยาบาลที่ จ.สมุทรปราการเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าได้มีการตรวจเช็คไม่ใช่ผู้ป่วยโควิด-19 แต่เนื่องจากมาจากพื้นที่เสี่ยงทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านไม่มีใครกล้ามาร่วมงานศพ หรือแม้แต่โรงเย็นที่จะใส่ศพก็ไม่มี พระสวดก็ไม่มี จึงได้แนะนำให้ทำการเผาในวันนี้ และจากนี้ได้แนะนำให้ลูกสาวทำการกักตัวและตรวจโรคโควิด-19 ต่อไปเพื่อความสบายใจของชาวบ้านต่อไป