ขณะที่ น.ส.ปุ๊ก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี พี่สาวของ น.ส.น้ำฝน บอกว่า น้องสาวเพิ่งจะเลิกรากับอดีตสามีได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ก็จะชอบแวะมาเล่นกับตนเองที่บ้านหลายครั้ง เวลาที่น้องสาวมา ทั้งตาสำราญ ผู้บาดเจ็บ และตาทองพูล ผู้ที่ถูกกล่าวหา ก็จะชอบเข้ามาพูดคุยหยอกล้อกับน้องสาว ลักษณะต่างฝ่ายต่างแอบชอบน้องสาวตัวเอง พอเห็นน้องไปนั่งเล่นที่บ้านอีกคนอีกคนก็จะแสดงความไม่พอใจ แต่น้องสาวก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะน้องบอกว่ายังรักและคิดถึงอดีตสามีอยู่ แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากปมหึงหวงที่ต่างฝ่ายต่างแอบชอบน้องสาวแน่นอน โดยคืนเกิดเหตุช่วงประมาณ 2 ทุ่มของวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ยินเสียงปืนดังออกจากบ้านของนายทองพูน 1 ครั้ง แต่ไม่รู้ว่าใครยิงใครเพราะไม่กล้าออกไปดู กระทั่งช่วงสายของวันที่ 11 ก.ค. ถึงทราบว่าตา สำราญ ถูกกระสุนปืนที่บริเวณขาและญาติได้นำตัวส่ง รพ. แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครยิงเพราะไม่เห็นตัวคนยิงได้ยินแต่เสียงปืน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ ได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านญาติของนายทองพูน ก็พบปืนลูกซองยาวซุกอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งญาติยืนยันว่าเป็นปืนของนายทองพูน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดไปตรวจสอบหาคราบเขม่าดินปืน ถึงแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิเสธ แต่ก็จะหาหลักฐานและเร่งสอบสวนพยานแวดล้อม เพื่อสรุปสำนวนให้ได้โดยเร็ว
ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้ง 3 ข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ,พาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ,ข่มขู่ผู้อื่นให้ตกใจกลัว” ส่วนข้อหาอื่นต้องรอผลตรวจจากแพทย์อีกครั้ง
โดย - สุรชัย พิรักษา