ยกฟ้องจำเลยบางข้อหา โดยเฉพาะนายเปรมชัย ศาลยกฟ้องในข้อหาร่วมกันเก็บของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) แต่ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนในข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) แทน
หลังจากนั้นวันที่ 24 พ.ย.62 อธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 ได้ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์ทุกข้อหา และต่อมาวันที่ 12 ธ.ค.62 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยทุกคน ตามที่พนักงานอัยการศาลสูงภาค 7 ยื่นอุทธรณ์ โดยจำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน จำคุกนายยงค์ 2 ปี 17 เดือน จำคุกนางนที 1 ปี 8 เดือน รอการลงโทษตามศาลชั้นต้น และจำคุกนายธานี 2 ปี 21 เดือน
ครั้นต่อมาวันที่ 31 มี.ค.63 จำเลย 3 ราย ได้แก่ นายเปรมชัย นายยงค์ และนายธานี ได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาและอธิบดีอัยการศาลสูงภาค 7 ได้แก้ฎีกาเรียบร้อยแล้ว
คดีนี้ ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว ได้มีคำพิพากษาวันนี้ (8 ธ.ค. 64) โดยยกฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 มาตรา 55 เพราะตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2562 ยกเลิกกฎหมายเก่า แต่ยังมีความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน จำคุกนายยงค์ จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี 17 เดือน และสั่งจำคุกนายธานี จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 2 ปี 21 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานฯ 2 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ให้ปรับแก้ไขดอกเบี้ยให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ คือตั้งแต่ 11 เม.ย. 64 ในคิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี
ภายหลังคำพิพากษาศาลฎีกา เจ้าหน้าที่เรือนจำทองผาภูมิ และแพทย์โรงพยาบาลทองผาภูมิ ได้เข้ามาตรวจสวอป นายเปรมชัย นายยงค์ และนายธานี ก่อนส่งตัวจำเลยทั้ง 3 คนขึ้นรถเรือนจำทองผาภูมิ ไปคุมขังที่เรือนจำทองผาภูมิ ปิดฉากคดีล่าเสือดำ