ปรับขนาดตัวอักษร

ราชกิจจาฯ ประกาศการบริหารจัดการยา อวัยวะเทียม

เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก

-

ราชกิจจาฯ ประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องการบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามโครงการพิเศษของ สปสช.

ราชกิจจาฯ ประกาศการบริหารจัดการยา อวัยวะเทียม

13 ก.ย. 60 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ก.ย.) เวปไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2560เรื่อง การบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์
ตามโครงการพิเศษของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
โดยที่การบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา สามารถทําให้ผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่จําเป็นต้องใช้ยาราคาแพงหรือต้องใช้ยาต้านพิษ ผู้ป่วยโรคไตอันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการระบบดูแลผู้ป่วยและช่วยประหยัดงบประมาณทางการแพทย์แต่เนื่องจากการดําเนินการดังกล่าวมีเหตุขัดข้องบางประการเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งการจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษที่ได้เคยดําเนินการมาแล้ว เนื่องจากได้รับการทักท้วงจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งจะทําให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษดังกล่าวไม่อาจทําได้อย่างทั่วถึง
เช่นเคย ส่งผลกระทบต่อระบบบริการสาธารณสุขในภาพรวมของประเทศ

ซึ่งแม้ในปัจจุบันจะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยเสนอให้มีการมอบอํานาจจากหน่วยบริการ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการ เพื่อให้การจัดหาและบริหารจัดการ
งบประมาณในการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่จากการที่ได้มีการดําเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานแล้วการที่จะเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการในระยะเวลาที่เหลือในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560ย่อมไม่อาจดําเนินการได้จึงจําเป็นต้องกําหนดมาตรการในการบริหารจัดการขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการจัดหายา เวชภัณฑ์อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษดังกล่าวข้างต้น เพื่อมิให้งานบริการสาธารณสุขต้องหยุดชะงักหรือล่าช้าออกไปจนส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านสุขภาพของประชาชน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ 1ให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมอบหมายให้สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดําเนินการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนให้แก่หน่วยบริการ และเพื่อเป็นหลักประกันว่าหน่วยบริการจะมียา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นและเพียงพอไว้ให้บริการประชาชน

การจัดหาตามวรรคหนึ่ง ให้ดําเนินการโดยใช้วิธีการซื้อ การซื้อเชื่อ หรือการยืม เฉพาะเท่าที่จําเป็น
ตามโครงการพิเศษจากองค์การเภสัชกรรม ตามที่ได้เคยดําเนินการมาแล้ว จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
ข้อ 2 ให้องค์การเภสัชกรรมที่ขายหรือให้ยืมยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามข้อ 1มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตามสัญญาหรือข้อตกลงหรือหนังสือยืมที่จัดทําไว้กับสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ข้อ 3ให้การจัดหาโดยการซื้อ การซื้อเชื่อ การยืม การตรวจรับ การควบคุม และการจําหน่ายยาเวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เฉพาะที่จําเป็นตามโครงการพิเศษ ที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือองค์กรอื่นที่ได้รับมอบหมายจากสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ดําเนินการไปก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ รวมทั้งการจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นค่ายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกําหนด ซึ่งได้ดําเนินการไปแล้วโดยเปิดเผยและสุจริตถือเป็นการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามคําสั่งนี้ด้วย
ข้อ 4ให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างเป็นระบบ ในระยะยาวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทั้งจัดให้คณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยบริการ พิจารณากําหนดแนวทางการจัดหายา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนกําหนดมาตรการมิให้นําเงินที่ได้รับจากการจัดหาไปใช้ในการอื่นนอกจากการจัดหาตามข้อ 1เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปอย่างคุ้มค่า เหมาะสม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ
ข้อ 5ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้
ข้อ 6คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 13กันยายน พุทธศักราช 2560พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

192.168.52.211