Search

วันอาทิตย์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562
live
ปรับขนาดตัวอักษร

"พาณิชย์" เตือนผู้ประกอบการไทยรับมือเกาหลีใต้เพิ่มข้อกำหนดการใช้สารเคมี Polyethylene และ Polypropylene ในภาชนะกันความชื้นสำหรับอาหารแห้งมีผลม.ค. 2562 และขยายขอบเขตการห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิด ในภาชนะบรรจุอาหาร และบรรจุภัณฑ์ สำหรับทารก คาดมีผลบังคับใช้ต้นปี 63 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยด้านอาหารและยา

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงความปลอดภัยด้านอาหารและยาสาธารณรัฐเกาหลี(MFDS) ได้ออกประกาศฉบับที่ 2019-2เพื่อแก้ไขมาตรฐานและข้อกำหนดสำหรับบรรจุภัณฑ์และภาชนะบรรจุอาหาร โดยมีสาระสำคัญคือเพิ่มข้อกำหนดการใช้สาร Polyethylene (PE) และ Polypropylene (PP) ในภาชนะกันความชื้นสำหรับอาหารแห้งและแก้ไขคำนิยามของเรซินสังเคราะห์ที่นำกลับมาใช้ใหม่โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนม.ค. 2562 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ได้ขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์การห้ามใช้สารBisphenol A (BPA)Di-n-butylphthalate (DBP) และ Benzyl-n-butylphthalate (BBP) ในผลิตภัณฑ์ขวดนม(รวมถึงจุกนมป้อนอาหาร) ให้ครอบคลุมถึงภาชนะบรรจุอาหารบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์สำหรับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 12เดือน และเด็กวัยหัดเดินที่มีอายุตั้งแต่ 12ถึง 36 เดือน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2563เป็นต้นไป

"ผู้ผลิตและผู้ประกอบการของไทยควรศึกษาข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและลดปัญหาและอุปสรรคในการผลิตและส่งออกสินค้าข้างต้นไปยังประเทศปลายทาง" นายอดุลย์กล่าว

สำหรับสถิติการส่งออกสินค้าเคมีภัณฑ์ Polyethyleneของไทยไปสาธารณรัฐเกาหลีภาพรวม3 ปี ย้อนหลังช่วงปี 2559 มีมูลค่า377.70 ล้านบาท ปี 2560 มูลค่า 414.30 ล้านบาท และปี2561 มูลค่า 277.30 ล้านบาท และในปี2562 ช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) มีการส่งออกเคมีภัณฑ์ Polyethyleneมูลค่า 26.8 ล้านบาทลดลง 60.58% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

192.168.52.216